|
ผลของแนวทางปฏิบัติทางคลีนิคในการจัดการความเจ็บปวดหลังผ่าตัดในผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อสะโพกหัก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. พิชญา ศรีเกลื่อนกิจ 2. แพรวพรรณ์ พิเศษ |
| Title | ผลของแนวทางปฏิบัติทางคลีนิคในการจัดการความเจ็บปวดหลังผ่าตัดในผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อสะโพกหัก |
| Publisher | สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Journal Vol. | 26 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 130-140 |
| Keyword | แนวทางปฏิบัติทางคลีนิค, การจัดการความเจ็บปวดหลังผ่าตัด, ข้อสะโพกหักในผู้สูงอายุ, Clinical practice guideline, Post operative pain management, Elderly with hip fracture |
| ISSN | 0857-9296 |
| Abstract | วิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของแนวทางปฏิบัติทางคลีนิคในการจัดการความเจ็บปวดหลังผ่าตัดในผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อสะโพกหัก และเปรียบเทียบความเจ็บปวดและผลกระทบที่เกิดจากความเจ็บปวดต่อภาวะสุขภาพองค์รวม ก่อนและหลังการจัดการกับความเจ็บปวดตามแนวทางปฏิบัติทางคลีนิค กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุเพศหญิงที่มีภาวะข้อสะโพกหักและได้เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกหญิง โรงพยาบาลชลบุรี โดยการผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูกและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 60 คน กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม (ได้รับการพยาบาลการจัดการความเจ็บปวดตามปกติ) และกลุ่มทดลอง (ได้รับการพยาบาลการจัดการความเจ็บปวดตามแนวทางปฏิบัติทางคลีนิค ซึ่งมุ่งเน้นการให้ข้อมูลตามแนวคิดทฤษฎี ควบคุมประตู (gate control theory) และการหายใจที่มีประสิทธิภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1) แบบประเมินข้อมูลทั่วไป (ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางคลีนิค) 2) แบบประเมินการจัดการความเจ็บปวดและระดับความเจ็บปวด และ 3) แบบประเมินผลกระทบจากความเจ็บปวดต่อภาวะสุขภาพองค์รวม แบบสัมภาษณ์การจัดการความเจ็บปวดและระดับความเจ็บปวด ผู้วิจัยดัดแปลงมาจากแบบประเมินการจัดการความเจ็บปวดของโรงพยาบาลชลบุรี และแบบสัมภาษณ์ผลกระทบจากความเจ็บปวดต่อภาวะสุขภาพแบบองค์รวมได้พัฒนามาจากการทบทวนวรรณกรรม เครื่องมือทั้ง 2 นี้ ได้ตรวจสอบความตรงของเนื้อหาโดย 3 ผู้ทรงคุณวุฒิและมีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของคอนบาร์ค 0.74 และ 0.71 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณาและทดสอบค่าที t-test ผลการศึกษาพบว่า ระดับความเจ็บปวดของกลุ่มทดลองตํ่ากว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.001) สำหรับผลกระทบที่เกิดจากความเจ็บปวดต่อภาวะสุขภาพองค์รวม (ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ ภายหลังการจัดการความเจ็บปวดกลุ่มทดลองตํ่ากว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P .010, .001, .003 และ .001 ตามลำดับ |