|
โครงการการศึกษาผลกระทบและแนวทางการแก้ไขการปนเปื้อนโลหะหนักในดินบริเวณพื้นที่เสี่ยงจังหวัด สุพรรณบุรี Study on heavy metal contaminated in soil at risky areas Tak; Suphanburi |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | โครงการการศึกษาผลกระทบและแนวทางการแก้ไขการปนเปื้อนโลหะหนักในดินบริเวณพื้นที่เสี่ยงจังหวัด สุพรรณบุรี Study on heavy metal contaminated in soil at risky areas Tak; Suphanburi |
| Creator | 1. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2. จตุรงค์ เหลาแหม 3. ลำใย วงษ์ศานนูน |
| Contributor | หัวหน้าโครงการ, ผู้ร่วมวิจัย, ผู้ร่วมวิจัย |
| Publisher | กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม |
| Publication Year | 2555 |
| Keyword | โลหะหนัก หรือ Heavy metal ซึ่งปัจจุบันมักจะเรียกว่าเป็น trace element หรือธาตุปริมาณน้อย มีความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ในอดีต โดยส่วนใหญ่แล้วโลหะหนักมักจะมีผลเป็นลบกับสิ่งแวดล้อมเสมอ หากมีการปนเปื้อนหรือตกค้าง ไม่ว่าจะในดิน ตะกอนดิน น้ำ น้ำทะเล หรือในตัวอย่างอื่นๆ ก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนผู้ได้รับโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีการต่างๆ ผลที่ได้รับคือ ความเป็นพิษต่อสุขภาพ เช่น เป็นมะเร็งผิวหนังหากได้รับสารหนู (arsenic) เป็นโรคกระดูกผุหากได้รับสารแคดเมียม (cadmium) หรือจะเกิดความพิการทางสมองจากการได้รับสารตะกั่ว (lead) เป็นต้น ในทศวรรษที่ผ่านมาปัญหาโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมได้ถูกกระแสมลพิษสิ่งอื่นๆ บดบัง ลดความสำคัญของปัญหาลงไป แต่อย่างไรก็ตามโลหะหนัก เหล่านี้ก็ยังคงอยู่ในสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้ม ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน อันเนื่องจากการขยายตัวของประชาคม การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมากขึ้น กิจกรรมเหล่านั้นจะก่อให้เกิดการแพร่กระจาย และการปนเปื้อนของโลหะหนักออกสู่สิ่งแวดล้อมมากขึ้น นำไปสู่ปัญหาสุขอนามัยของประชาชนในพื้นที่ต่อการได้รับโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย และอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานในประเทศได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโลหะหนักมากขึ้นเช่น กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เริ่มดำเนินการเก็บตัวอย่างดินทั่วประเทศตั้งแต่ปีพ.ศ.2549 เพื่อจัดทำมาตรฐานโลหะหนักในดินเพื่อการเกษตรกรรม ขณะนี้ได้จัดทำแผนที่ความเข้มข้นของโลหะหนักชนิดต่างๆในดิน เช่น สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว ทองแดง เสร็จสิ้นแล้วและดำเนินการจัดทำแผนงานเพื่อจัดทำมาตรฐานโลหะหนักในดินต่อไป ส่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ทำการศึกษาการแพร่กระจายของโลหะหนักหรือมลพิษในดินที่เกิดจากอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เพื่อนำมาจัดทำแผนการป้องกันปัญหามลพิษดินจากอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับกรมทรัพยากรพื้นฐานและเหมืองแร่มีแผนการดำเนินการจัดทำแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรแร่โลหะพื้นฐาน เช่น สังกะสี ทองแดง ตะกั่ว และเหล็ก อันสืบเนื่องมาจากมีแนวโน้มที่จะมีการรื้อฟื้นการทำเหมืองแร่มากขึ้นในอนาคต และเป็นที่ทราบกันว่าปัญหาโลหะหนักปนเปื้อนและเป็นพิษที่เกิดขึ้นในประเทศไทยส่วนใหญ่ สืบเนื่องจากกิจกรรมเหมืองแร่เป็นอันดับต้นๆ เช่น ปัญหาสารหนูที่ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัญหาตะกั่วปนเปื้อนที่ห้วยคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี และปัญหาแคดเมียมปนเปื้อนที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นต้น นอกจากนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขมีการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโลหะหนักในพื้นที่เสี่ยงต่างๆทั่วประเทศเช่นกัน ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีแนวคิดที่จัดทำโครงการวิจัยศึกษาผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของโลหะหนักในพื้นที่เสี่ยงขึ้น โดยมีแนวคิดหลักในการศึกษาการถ่ายผ่านโลหะหนักจากการปนเปื้อนในดินสู่สิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น น้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน พืช ผัก สัตว์ และห่วงโซอาหารอื่นๆ รวมทั้งแนวโน้มการแพร่กระจายจากแหล่งปนเปื้อนของโลหะหนักนั้นๆและการประเมินความเสี่ยงของประชาชนในพื้นที่ที่จะได้รับโลหะหนักอันมีผลต่อร้ายสุขอนามัย แต่การศึกษาผลกระทบของโลหะหนักที่ปนเปื้อนในดิน จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงรายละเอียดในหลายประเด็น อันเนื่องมาจากชนิดของโลหะหนักแต่ละชนิด ชนิดและประเภทของดินที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้เพื่อจะให้ทราบถึงลักษณะการปนเปื้อน ผลกระทบ การใช้ประโยชน์อันจะนำไปสู่การวางแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป |