|
รูปแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหารบนฐานความหลากหลายของพืชผักในครัวเรือน ชุมชนริมแม่น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | รูปแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหารบนฐานความหลากหลายของพืชผักในครัวเรือน ชุมชนริมแม่น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น |
| Creator | นิคม ศรีเงิน |
| Contributor | สุวารีย์ ศรีปูณะ. |
| Publisher | มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| Publication Year | 2562 |
| Keyword | ความมั่นคงทางอาหาร, ความหลากหลายของพืชผัก |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือนของชุมชนริมแม่น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 2) ศึกษาความรู้ ความตระหนัก และการปฏิบัติในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและความต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารบนฐานความหลากหลายของพืชผักในครัวเรือน 3) พัฒนาและประเมินรูปแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหารบนฐานความหลากหลายของพืชผักในครัวเรือน และ 4) เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบก่อนกับหลังการปฏิบัติการ ในด้านความรู้ ความตระหนัก การปฏิบัติ และการเพิ่มความหลากหลายของพืชผัก และการเปลี่ยนแปลงสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการในชุมชน ริมแม่น้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 8 ตำบล รวม 38 ชุมชน การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพและปัญหาความรู้ ความตระหนัก การปฏิบัติ และความต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ประชากรในการวิจัยเป็นตัวแทนครัวเรือน จำนวน 3,988 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครซี่ และมอร์แกน ได้จำนวน 350 คน สุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบทดสอบความรู้ ที่มีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.52 - 0.74 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.62 - 0.85 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.86 ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบ มี 3 ขั้นตอน คือ (1) ร่างรูปแบบ โดยการจัดสนทนากลุ่ม เลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รู้และผู้นำชุมชน จำนวน 12 คน (2) ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านความมั่นคงทางอาหาร ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา และด้านความหลากหลายของพืชผัก จำนวน 5 คน เครื่องมือเป็นแบบประเมินที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80 - 1.00 (3) ปฏิบัติการตามรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนครัวเรือนในตำบลกุดน้ำใส ที่อาสาสมัครเข้าร่วมปฏิบัติการ จำนวน 45 คน ระยะที่ 3 เปรียบเทียบผลการใช้รูปแบบ โดยใช้แบบทดสอบความรู้และแบบสอบถามความตระหนักและการปฏิบัติ ชุดเดียวกับระยะที่ 1 ใช้แบบสำรวจความหลากหลายของพืชผัก ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 และประเด็นการประชุมสรุปผลการเปลี่ยนแปลง กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มที่ร่วมปฏิบัติการในระยะที่ 2 งานวิจัยนี้ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และใช้สถิติเป็นค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการศึกษาพบว่า 1) สภาพและปัญหาความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนในชุมชนริมแม่น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น พบว่า ในอดีตสภาพเดิมในชุมชนมีความมั่นคงทางอาหารในระดับมาก (ร้อยละ 64.24) มีปัญหาเข้าถึงอาหารแปรรูปและอาหารทะเลได้ยาก ส่วนปัจจุบันมีความมั่นคงทางอาหารในระดับน้อย (ร้อยละ 39.77) มีปัญหาสำคัญ คือ อาหารในครัวเรือนไม่เพียงพอ ขาดที่ดินและแหล่งน้ำใน การเพาะปลูกตลอดปี ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์พืช แหล่งอาหารในธรรมชาติลดลงและอาหารที่ซื้อไม่ปลอดภัย 2) ความรู้ ความตระหนัก การปฏิบัติ และความต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ก่อนการพัฒนา พบว่า ตัวแทนครัวเรือนส่วนใหญ่มีความรู้ในระดับน้อยที่สุด (ร้อยละ 27.30) มีความตระหนักในระดับมาก ( = 4.41, S.D. = 0.70) มีการปฏิบัติในระดับปานกลาง ( = 2.29, S.D. = 0.70) และมีความต้องการสร้างความมั่นคงในระดับมาก (ร้อยละ 69.07) โดยต้องการมากที่สุด คือด้านการพึ่งตนเองบนฐานความหลากหลายของพืชผักให้ยั่งยืน (ร้อยละ 76.60) รองลงมา คือ ต้องการสร้างอาหารเพียงพอตลอดปี (ร้อยละ 70.20) 3) การพัฒนารูปแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหารบฐานความหลากหลายของพืชผัก ในครัวเรือน ได้รูปแบบที่มีองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้ (1) ยึดหลักการสร้างความมั่นคงทางอาหารโดย การพึ่งตนเองในครัวเรือนด้วยการเพิ่มความหลากหลายของพืชผักอาหารให้เพียงพอ ปลอดภัยต่อชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งดิน น้ำ และอากาศ (2) มีเป้าหมาย คือ มุ่งสร้างความรู้ ความตระหนัก และการปฏิบัติของสมาชิกในครัวเรือน ให้สามารถผลิตอาหารด้วยตนเอง โดยเริ่มจากใช้ฐานการสร้างความหลากหลายของพืชผักอาหารในครัวเรือนให้เพียงพอด้วยเกษตรอินทรีย์ และแบ่งปันสู่เพื่อนบ้านผ่านกลไกตลาดสีเขียว เพื่อให้คนในชุมชนเข้าถึงอาหารปลอดภัย (3) มีกระบวนการดำเนินงาน 5 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 เสริมสร้างความรู้และความตระหนักแก่คนในชุมชน ขั้นที่ 2 เพิ่มความหลากหลายของพืชผักเป็นอาหารด้วยเทคนิคเกษตรอินทรีย์ ขั้นที่ 3 ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้านดินและน้ำให้ปลอดภัยเพื่อสร้างความหลากหลายของพืชผักตลอดปี ขั้นที่ 4 ยกระดับนวัตกรรมอาหารชุมชน ด้านการแปรรูปและถนอมอาหารจากพืชด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สอดคล้องกับวิถีการบริโภค ตั้งธนาคารพันธุ์พืชผัก และจัดตลาดสีเขียวชุมชนสัปดาห์ละ 1 วัน และ ขั้นที่ 5 จัดเครือข่ายชุมชนในการติดตามตรวจสอบและส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนให้ยั่งยืน (4) ใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือและปฏิบัติการจากครัวเรือนต้นแบบ แล้วขยายผลโดยใช้กลุ่มและเครือข่ายในระดับครัวเรือนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง จากผลการประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า มีความสอดคล้องเหมาะสม (IOC = 0.60 - 1.00) สามารถนำไปใช้ได้ 4) การใช้รูปแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหารของตัวแทนครัวเรือนที่เข้าร่วมดำเนินการ พบว่า ผลการเปรียบเทียบความรู้ ความตระหนัก และการปฏิบัติของผู้เข้าร่วมปฏิบัติการ สูงกว่าก่อนดำเนินการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การเพิ่มขึ้นของความหลากหลายของพืชผักในแปลงเพาะปลูกของครัวเรือน ในพื้นที่ 5 x 5 ตารางเมตรต่อครัวเรือน หลังดำเนินการ มีค่าความหลากหลายของพืชผัก อยู่ระหว่าง 0.30 - 0.50 (R2 = 0.30 - 0.50) สูงกว่าก่อนดำเนินการที่อยู่ระหว่าง 0.60 - 1.00 (R2 = 0.60 - 1.00) มีการแปรรูปและถนอมอาหารเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 1 - 3 ชนิด มีตลาดนัดสีเขียวแลกเปลี่ยนอาหารปลอดภัยทุกวันอาทิตย์ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลกุดน้ำใส มีธนาคารพันธุ์พืชผักรวบรวมเมล็ด หัว และกิ่งพันธุ์ เพื่อใช้ปลูกในรอบต่อไปอย่างน้อยครัวเรือนละ 3 ชนิด และได้จัดตั้งคณะกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเพื่ออาหารชุมชน คณะกรรมการธนาคารพันธุ์พืชชุมชน ตำบลกุดน้ำใส คณะกรรมการตลาดนัดสีเขียว และคณะกรรมการเครือข่ายชุมชนสร้างความมั่นคงทางอาหารตำบลกุดน้ำใส เพื่อดำเนินการให้ยั่งยืนต่อไป เมื่อประเมินผลการใช้รูปแบบ พบว่า มีคุณภาพในระดับมากที่สุด ( = 4.85, S.D. = 0.45) |
| Language | TH |
| URL Website | https://dataset.vru.ac.th/thesis-research/?preview_id=12585 |
| Website title | vru เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ |