|
รูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดตาก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | รูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดตาก |
| Creator | ภูธนภัส พุ่มไม้ |
| Contributor | สุวารีย์ ศรีปูณะ. |
| Publisher | มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | สิ่งแวดล้อม, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, ขยะและการกำจัดขยะ |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพตัวแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนมัธยมศึกษาของโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดตาก 2) วิเคราะห์ปัญหาความต้องการและแนวทางจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดตาก 3) พัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กจังหวัดตากและ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบด้านความรู้ความตระหนักและความพึงพอใจต่อรูปแบบงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนามี 4 ขั้นตอนขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงเป็นผู้บริหารและบุคลากร กรรมการนักเรียน กรรมการสถานศึกษาและผู้นำชุมชนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่ จำนวน 3 แห่งในจังหวัดตากที่ได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาโรงเรียนละ 13 คน รวม 39 คน เครื่องมือเป็นแบบสัมภาษณ์ ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ปัญหาความต้องการและแนวทาง เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นผู้บริหารและบุคลากรกรรมการนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก 5 แห่ง แห่งละ 25 คน รวม 125 คน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามที่มีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.80 ขั้นตอนที่ 3 พัฒนารูปแบบแบ่งเป็น 3 ขั้น คือ1) ร่างรูปแบบโดยประชุมกลุ่มตัวอย่างที่เลือกแบบเจาะจงเป็นผู้บริหาร บุคลากร นักเรียน จากโรงเรียนขนาดใหญ่ กลาง เล็ก โรงเรียนเดียวกับขั้นตอนที่ 1 และ 2 รวม 8 แห่ง ผู้นำชุมชนและตัวแทนองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมรวม 48 คน 2) ประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วม5 คน โดยใช้แบบประเมิน 3) ปฏิบัติการตามรูปแบบโดยเลือกโรงเรียนขนาดเล็กที่อาสาสมัครคือโรงเรียนยกกระบัตรวิทยาคม ผู้เข้าร่วมปฏิบัติการเป็นบุคลากรและนักเรียนทุกคนในโรงเรียน 264 คน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชน 15 คน ตัวแทนองค์กรทางสิ่งแวดล้อม 2 คน รวม 279 คน ขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเดียวกับขั้นตอนที่ 3เครื่องมือเป็นแบบทดสอบความรู้ที่ค่าความเชื่อมั่น 0.80 และแบบประเมินความตระหนักและความพึงพอใจที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.78 และ 0.84 ตามลำดับ งานวิจัยนี้วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพตัวแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่และขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จ มีการจัดพื้นที่สีเขียวเป็นสวนพฤกษศาสตร์และสวนไม้ผลกินได้โดยติดป้ายคำขวัญการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีการปลูกต้นไม้สัญลักษณ์ของโรงเรียนจัดสวนหย่อมธนาคารขยะบ่อบำบัดน้ำทิ้งจากโรงอาหารมีนักเรียนอาสาสิ่งแวดล้อมร่วมกันปลูกผักอินทรีย์และการประหยัดน้ำและไฟมีกิจกรรมสิ่งแวดล้อมสอดแทรกในรายวิชาต่าง ๆ โดยใช้โครงงานและการเรียนรู้แบบร่วมมือ มีคณะกรรมการร่วมของโรงเรียนกับตัวแทนชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุขและสถาบันอุดมศึกษา ร่วมกันกำหนดนโยบาย แผนงานและสนับสนุนทุน ความรู้และวัสดุอุปกรณ์ในการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่สอดคล้องกับปัญหาชุมชนและให้เป็นต้นแบบในการเรียนรู้ของชุมชน 2) ปัญหาการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กในจังหวัดตากมีปัญหาโดยรวมในระดับมาก ( = 3.48, S.D. = 0.51) โดยพบว่าด้านนโยบายและแผนงานสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนไม่ชัดเจนขาดงบประมาณ มุ่งจัดการเฉพาะความสะอาดและเก็บขยะเผาโดยไม่แยกขยะ ไม้ยืนต้นมีน้อย ขาดการรณรงค์ประหยัดไฟฟ้าและน้ำ นักเรียนทิ้งขยะไม่เป็นที่ กิจกรรมการเรียนการสอนสอดแทรกความรู้และกิจกรรมสิ่งแวดล้อมน้อยนักเรียนไม่ได้รับผิดชอบการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรภายนอกไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมแนวทางการจัดสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจึงควรสร้างความตระหนักรู้ให้แก่นักเรียนโดยใช้การปฏิบัติและแบ่งความรับผิดชอบจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับปัญหาในชุมชน และสร้างความร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานภายนอกเพื่อระดมทรัพยากรมาช่วยจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนและชุมชน ทั้งด้านการจัดการพลังงาน ขยะมูลฝอย น้ำเสียการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและอื่น ๆ โดยเน้นการใช้โครงงานแบบมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ 3) รูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนมัธยมศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กที่เหมาะสม มีองค์ประกอบคือ (1) แนวคิดโรงเรียนเป็นต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ของชุมชน จึงต้องจัดการโดยความร่วมมือไตรภาคี ได้แก่ โรงเรียน ชุมชนท้องถิ่นและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม (2) หลักการและเป้าหมายต้องมีการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยโครงงานในทุกรายวิชา เพื่อให้โรงเรียนมีสิ่งแวดล้อมปลอดมลพิษไร้ขยะและน้ำเสีย เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดพลังงาน สะอาดและสวยงาม โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของภายในและภายนอกโรงเรียน (3) กระบวนการและวิธีการ ใช้การสร้างความรู้ (K: Knowledge) โดยการเรียนรู้ร่วมกันและสำรวจทำฐานข้อมูลสร้างความตระหนัก (A1: Awareness) โดยการร่วมวิเคราะห์ แล้วสร้างนโยบาย (P1: Policy) แผนงาน (P2: Plan) และการปฏิบัติ (A2: Action) โดยการมีส่วนร่วมและสนับสนุนทั้งงบประมาณ วิชาการและเครื่องมือของไตรภาคี (P3: Participation) รวมเป็น K2A3P Model ผลการประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า มีความเหมาะสมทุกรายการโดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.80-1.00 4) ผลการประเมินการใช้รูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก พบว่า หลังการใช้รูปแบบผู้ร่วมปฏิบัติการมีความรู้ในระดับมาก (ร้อยละ 96.66) และความตระหนักต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมในระดับมาก ( = 3.68, S.D. = 0.47) และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด ( = 4.81, S.D. = 0.48) |
| Language | TH |
| URL Website | https://dataset.vru.ac.th/thesis-research/?preview_id=12585 |
| Website title | vru เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ |