|
ปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยการตีความคำว่า “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยการตีความคำว่า “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 |
| Creator | กันต์กนิษฐ์ คเณศโภคิน |
| Contributor | นิรมัย พิศแข มั่นจิตร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การตีความ, ซื่อสัตย์สุจริต, คุณสมบัติของรัฐมนตรี, ศาลรัฐธรรมนูญ, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, Interpretation, Evident integrity, Constitutional Court, Constitution of the Kingdom of Thailand, B.E. 2560 (2017) |
| Abstract | หากพิจารณาแนวคิดเกี่ยวกับศีลธรรมในเชิงนิติปรัชญานั้น หลักศีลธรรมและ หลักกฎหมายมักเป็นข้อถกเถียงอยู่เสมอว่าสองหลักการดังกล่าวเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันได้หรือไม่ แต่ด้วยวิวัฒนาการของสังคมทำให้หลักศีลธรรมและหลักกฎหมายเริ่มปรากฏลักษณะเฉพาะในตัวเองและสามารถดำรงอยู่คู่กันไป การกลายสภาพจากหลักศีลธรรมสู่หลักกฎหมาย ปรากฏอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งบัญญัติคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญว่าต้อง “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ในคำปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวว่าเป็นการวางกลไกเพื่อป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวด เด็ดขาด เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองหรือใช้อำนาจ ตามอำเภอใจ แม้ว่าการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์จะมีความมุ่งหมายเพื่อคัดกรองบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่บทบัญญัติที่เป็นนามธรรมเช่นนี้ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองผ่านการกลไกขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การนำคำว่า “ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ที่มีลักษณะเป็นนามธรรมมาบัญญัติเป็นกฎหมาย จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าในทางนิติวิธี ตลอดจนมาตรฐานในการพิสูจน์การกระทำว่าการเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในความหมาย ตามรัฐธรรมนูญควรจะมีลักษณะเช่นใด ซึ่งหากพิจารณาประกอบกับหลักนิติธรรมแล้ว บุคคลย่อมควรจะคาดหมายได้ถึงองค์ประกอบและข้อห้ามทางกฎหมาย โดยไม่ต้องมีข้อกังวลว่าพฤติกรรมในอดีตหรือทัศนคติส่วนตนจะถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการประหารชีวิตทางการเมืองในอนาคต การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้จึงมิใช่เป็นเพียงการค้นหามาตรฐานทางกฎหมายที่ควรจะเป็น หากแต่ยังหมายรวมถึงการหาแนวทางเพื่อยกระดับการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมต่อไป |