|
การรักษาสมดุลระหว่างการใช้อำนาจปกครองกับขอบเขตและวิธีการใช้สิทธิติดต่อบุตรตามมาตรา 1584/1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ภายใต้หลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การรักษาสมดุลระหว่างการใช้อำนาจปกครองกับขอบเขตและวิธีการใช้สิทธิติดต่อบุตรตามมาตรา 1584/1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ภายใต้หลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก |
| Creator | ณัฐวุฒิ มีชัย |
| Contributor | มาตาลักษณ์ เสรเมธากุล, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | อำนาจปกครอง, สิทธิติดต่อบุตร, ประโยชน์สูงสุดของเด็ก, Parental authority, Visitation rights, Best interests of the child |
| Abstract | ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรเป็นพื้นฐานสำคัญของสถาบันครอบครัวและเป็นรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโตที่ดีของเด็กทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การที่กฎหมายกำหนดให้บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวมาพร้อมกับอำนาจปกครองของบิดามารดาที่มีต่อบุตรผู้เยาว์ แต่หากบิดามารดานั้นต้องหย่าร้างกันและมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกถอนอำนาจปกครอง บุตรผู้เยาว์ย่อมต้องส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ แม้บิดาหรือมารดาจะถูกถอนอำนาจปกครอง แต่พวกเขาก็ยังมีสิทธิที่จะติดต่อหรือพบเจอกับบุตรผู้เยาว์ของตนแม้จะไม่มีอำนาจปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1584/1 ซึ่งกำหนดให้บิดาหรือมารดามีสิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่าบุคคลใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองก็ตาม และหลังจากบุตรผู้เยาว์ต้องอยู่ในอำนาจปกครองของบิดาหรือมารดาฝ่ายที่มีอำนาจปกครองและต้องย้ายไปอาศัยอยู่ด้วย อีกฝ่ายย่อมมีสิทธิที่จะติดต่อหรือพบเจอกับบุตรผู้เยาว์ของตนเช่นกันการที่ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองย่อมมีสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1567 ซึ่งสามารถใช้อำนาจดังกล่าวเพื่อกีดกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้สิทธิติดต่อบุตรผู้เยาว์ได้ เช่น ใช้อำนาจการกำหนดถิ่นที่อยู่ของบุตรในการย้ายถิ่นฐานของบุตรโดยไม่บอกกล่าวอีกฝ่ายอันเป็นพฤติการณ์ที่จงใจกีดกันไม่ให้อีกฝ่ายได้ใช้สิทธิติดต่อบุตรได้อย่างสะดวกซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของบุตรผู้เยาว์ได้ ในทางกลับกัน ฝ่ายที่ใช้สิทธิติดต่อบุตรก็มีสิทธิตามมาตรา 1584/1 ที่จะสามารถติดต่อบุตรผู้เยาว์ของตนได้ตามสมควรแก่พฤติการณ์ แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าปัญหาของการใช้สิทธิติดต่อบุตรดังกล่าวยังขาดความชัดเจนในการบังคับใช้ทำให้เกิดกรณีของการใช้สิทธิติดต่อที่ไปก้าวล้ำอำนาจปกครองของอีกฝ่ายได้ ทำให้เกิดปัญหาของความไม่สมดุลกันระหว่างอำนาจปกครองและการใช้สิทธิติดต่อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้เยาว์ที่ยังต้องอยู่ในอำนาจปกครองของบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและมีสิทธิที่จะได้พบเจอหรือติดต่อกับอีกฝ่ายหนึ่งด้วยผู้เขียนได้ศึกษาถึงกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจปกครองและสิทธิติดต่อบุตรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศแคนาดาและประเทศเยอรมัน พบว่าประเทศแคนาดามีการปรับอำนาจปกครองของบิดามารดาให้มีลักษณะของการใช้เวลาร่วมกับบุตรผู้เยาว์มากกว่าการมีอำนาจเหนือบุตรผู้เยาว์ และแบ่งแยกอำนาจในการตัดสินใจออกไปเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขณะที่ประเทศเยอรมันเป็นประเทศที่มีระบบกฎหมายใกล้เคียงกับกฎหมายไทย แต่ในเรื่องของโครงสร้างกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจปกครองและสิทธิติดต่อบุตรนั้น มีการบัญญัติแยกกันอย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ให้เหมาะสมและเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก และเมื่อเทียบกับประเทศไทยนั้น ยังมีความแตกต่างในแง่มุมของการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจปกครองและสิทธิติดต่อ ซึ่งเป็นผลมาจากแนวคิดของสังคมในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันการค้นคว้าอิสระฉบับนี้ ผู้เขียนมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้ากฎหมายเกี่ยวกับอำนาจปกครองและสิทธิติดต่อบุตรของประเทศไทย โดยวิเคราะห์เทียบกับกฎหมายในเรื่องดังกล่าวของประเทศแคนาดาและประเทศเยอรมัน เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการหาสมดุลระหว่างอำนาจปกครองกับขอบเขตและการใช้สิทธิติดต่อบุตรภายใต้หลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก เพื่อให้บิดามารดาสามารถใช้อำนาจปกครองหรือใช้สิทธิติดต่อบุตรในลักษณะที่ไม่กระทบต่ออำนาจหรือสิทธิซึ่งกันและกันรวมถึงเป็นไปตามประโยชน์สูงสุดของเด็กต่อไป |