การเยียวยาความเสียหายทางจิตเวชในกฎหมายละเมิด
รหัสดีโอไอ
Title การเยียวยาความเสียหายทางจิตเวชในกฎหมายละเมิด
Creator ณพล สุนทรเวช
Contributor อำนาจ ตั้งคีรีพิมาน, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword การเยียวยาความเสียหายทางจิตใจในลักษณะอาการเจ็บป่วยทางจิตเวช, ความเสียหายทางจิตเวช, ค่าสินไหมทดแทน, ค่าเสียหาย, ละเมิด, Compensation for psychiatric injury, Psychiatry injury, Compensation, Damages, Tort, Delict
Abstract ความเสียหายทางจิตเวช หรือความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการทางจิตเวช เป็นความเสียหายทางจิตใจประเภทหนึ่งที่มีระดับความรุนแรงยิ่งกว่าความรู้สึกไม่สบอารมณ์ เช่น ความเศร้าโศกเสียใจ ความหวาดกลัว หรือวิตกกังวลทั่วๆไป โดยเป็นความเสียหายทางจิตใจที่มีความรุนแรงถึงขนาดที่สามารถระบุเป็นอาการเจ็บป่วยตามหลักการทางการแพทย์แผนกจิตเวช อันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารักษาโรค และยังก่อให้เกิดความเสียหายที่เป็นตัวเงินไปพร้อมกัน เช่น ค่าใช่จ่ายในการรักษาพยาบาล ความเสียหายจากการสูญเสียความสามารถในการประกอบการงานสิ้นเชิงหรือบางส่วน เป็นต้นเมื่อพิจารณาสิทธิทางแพ่งอันเป็นกฎหมายที่วางหลักในการมุ่งคุ้มครองสิทธิในการเยียวยาความเสียหายของเอกชนผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกกระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้ปรากฏว่าบทบัญญัติ มาตรา 420 ซึ่งวางหลักคุ้มครองสิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการถูกกระทำละเมิด และมาตรา 446 ซึ่งบัญญัติให้สิทธิในการเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน มิได้บัญญัติสิทธิในการเรียกให้ผู้กระทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจากความเสียหายทางจิตใจไว้โดยตรง เป็นเหตุให้เกิดความยากลำบากแก่การพิจารณากำหนดสิทธิในการได้รับเยียวยาความเสียหายทางจิตใจที่เกิดขึ้นจากการถูกกระทำละเมิดว่าจะต้องเป็นความเสียหายจิตใจจากการกระทำละเมิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย อนามัย เสรีภาพ หรือความเสียหายจากการกระทำผิดอาญาเป็นทุรศีลธรรม เท่านั้น ซึ่งในทางกลับกันในประมวลกฎหมายอาญาอันเป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นการลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้มีการกำหนดความผิดและโทษอาญาแก่ผู้กระทำให้เกิดความเสียหายทางจิตใจแก่ผู้อื่น อาทิเช่น การทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 หรือ การทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายสาหัสถึงขั้นจิตพิการอย่างติดตัว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(6) เป็นต้น วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษาในเรื่องการเยียวยาความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการทางจิตเวชที่เกิดขึ้นจากการถูกกระทำละเมิด เพื่อวิเคราะห์ถึงวิธีจัดการกำหนดมาตรการเพื่อเยียวยาความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการทางจิตเวชที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องเหมาะสมกับระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการถูกกระทำละเมิดในทางกฎหมายให้สอดคล้องกับระดับความเสียหายที่ปรากฏตามข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อให้กฎหมายสามารถให้ความคุ้มครองผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายทางจิตเวชให้สามารถได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรมและเหมาะสมจากการศึกษาพบว่าความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการทางจิตเวชสามารถสร้างความเสียหายให้แก่ร่างกายจากการตอบสนองของสารสื่อประสาทเมื่อได้รับความเครียดที่รุนแรงอันส่งผลต่อการทำงานของสมอง ระบบสารสื่อประสาทและฮอร์โมนต่าง ๆ จนเกิดอาการป่วยที่มีระดับความเสียหายตั้งแต่สร้างความทุกข์ทรมานและความยากลำบากในการดำรงชีพเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ไปจนถึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาพไม่สามารถดำเนินชีวิตหรือประกอบอาชีพดังปกติเป็นระยะเวลายาวนาน และไม่ว่าจะเป็นการป่วยในระดับใดย่อมมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาบำบัดที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทุเลาอาการเจ็บป่วยและคืนสู่สภาวะปกติให้ได้มากที่สุด ซึ่งในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ต่างได้มีการวางหลักกฎหมายรองรับหลักการเยียวยาความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการเจ็บป่วยทางจิตเวชที่เกิดจากการกระทำละเมิด โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าการกระทำละเมิดนั้นได้มีกระทบกระทั่งต่อเนื้อตัวร่างกายของผู้เสียหายในทุกกรณี รวมทั้งได้มีการวางหลักรองรับสิทธิแก่ผู้เสียหายทั้งในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นจากการกระทำละเมิดของผู้กระทำละเมิดต่อผู้เสียหายโดยตรง และในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นจากการที่ผู้เสียหายรู้เห็นบุคคลผู้มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดอย่างยิ่งตายหรือบาดเจ็บสาหัส วิทยานิพนธ์เล่มนี้ ผู้เขียนได้นำเสนอแนวทางในการกำหนดเกณฑ์พิจารณาหน้าที่ความรับผิดและการพิจารณากำหนดค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ได้รับเสียหายทางจิตใจในลักษณะอาการทางจิตเวชจากการกระทำละเมิดด้วยการอาศัยการปรับวินิจฉัยจากหลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีอยู่ปัจจุบัน โดยเพิ่มเติมหลักเกณฑ์พิจารณาที่แตกต่างของการกำหนดหน้าที่ความรับผิดตามประเภทของผู้เสียหายพฤติการณ์แห่งคดีของผู้เสียหายหลัก (Primary Victim) และ ผู้เสียหายลำดับรอง (Secondary Victim) เมื่อพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์อันมีหน้าที่ความรับผิดตามกฎหมายของต้นแล้ว ย่อมถือว่าผู้กระทำละเมิดได้กระทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัยของโจทก์หรือผู้เสียหายตามกฎหมาย ผู้กระทำละเมิดจึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการเจ็บป่วยทางจิตเวชเป็นความเสียหายที่มีทั้งความเสียหายส่วนที่เป็นตัวเงินและความเสียหายส่วนที่ไม่เป็นตัวเงิน ผู้เขียนจึงได้เสนอให้มีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสองประเภทไปด้วยกัน โดยส่วนที่เป็นความเสียหายที่เป็นตัวเงินอันได้แก่ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป ค่าเสียหายเพื่อการที่ต้องสูญเสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน และค่าเสียหายแก่บุคคลในครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมของบุคคลภายนอกในส่วนของความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน ผู้เขียนได้นำเสนอแนวทางการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันมิใช่ตัวเงินโดยอาศัยหลักการพิจารณากำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินในกรณีที่เป็นความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการเจ็บป่วยทางจิตเวชจากพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดโดยแบ่งพิจารณากำหนดตามระดับความรุนแรงของความเสียหายทางจิตใจในลักษณะของอาการเจ็บป่วยทางจิตเวช ควบคู่ไปกับการดุลยพินิจในการกำหนดจำนวนค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 438
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ