ความท้าทายทางระบบกฎหมายและการออกแบบโครงสร้างกฎหมายและสถาบันของประเทศไทยในการเป็นรัฐอุปถัมภ์สำหรับการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกในบริเวณพื้นที่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
รหัสดีโอไอ
Title ความท้าทายทางระบบกฎหมายและการออกแบบโครงสร้างกฎหมายและสถาบันของประเทศไทยในการเป็นรัฐอุปถัมภ์สำหรับการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกในบริเวณพื้นที่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
Creator เกียรติศักดิ์ พันธ์เขียว
Contributor กฤษฎากร ว่องวุฒิกุล, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword รัฐอุปถัมภ์, การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก, บริเวณพื้นที่, ความระมัดระวังตามสมควรแก่กรณี, กฎหมายแม่บท, Sponsoring state, Deep seabed mining, The area, Due diligence, Framework statute
Abstract ทรัพยากรแร่ในบริเวณพื้นที่ (The Area) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 มีสถานะเป็นมรดกร่วมของมนุษยชาติ โดยผู้ประสงค์จะดำเนินกิจกรรมในบริเวณพื้นที่ต้องได้รับการอุปถัมภ์จากรัฐภาคี ซึ่งก่อให้เกิดพันธกรณีและความรับผิดต่อรัฐอุปถัมภ์ตามอนุสัญญาฯ ความตกลงว่าด้วยการอนุวัติภาคที่ 11 ปี ค.ศ. 1994 และความเห็นแนะนำของ ITLOS คดีหมายเลข 17 ในขณะที่ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาฯ ยังไม่มีกฎหมายภายในที่ออกแบบมาเพื่อรองรับบทบาทรัฐอุปถัมภ์โดยเฉพาะ การค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาและวิเคราะห์พันธกรณีและความรับผิดของรัฐอุปถัมภ์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ตรวจสอบความเพียงพอของระบบกฎหมายภายในของประเทศไทย และเสนอแนวทางการออกแบบโครงสร้างกฎหมายและสถาบันที่เหมาะสม โดยใช้การวิจัยทางเอกสารและวิธีวิจัยเชิงคุณภาพทางกฎหมายร่วมกับการเปรียบเทียบกฎหมาย โดยอาศัยกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน ค.ศ. 2016 เป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบผลการศึกษาพบว่าระบบกฎหมายภายในของประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการรองรับพันธกรณีและความรับผิดของรัฐอุปถัมภ์ตามเกณฑ์ของอนุสัญญาฯ และความเห็นแนะนำของ ITLOS โดยปรากฏช่องว่างทางกฎหมายที่ครอบคลุมทั้งสี่ด้าน ได้แก่ พันธกรณีในการประกัน พันธกรณีโดยตรง พันธกรณีในการพัฒนาและการแบ่งปันผลประโยชน์ และเรื่องความรับผิดของรัฐอุปถัมภ์ ปัญหาของประเทศไทยมิใช่เพียงการขาดบทบัญญัติเฉพาะเจาะจงบางประการ หากแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านนโยบาย ด้านสถาบัน และด้านกฎหมาย จนไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการแก้ไขกฎหมายรายฉบับ การเปรียบเทียบกับกรณีของจีน ยังชี้ว่าในขณะที่จีนอยู่ในสถานะของการ มีกฎหมายแม่บทแต่ขาดกลไกทางการคลัง สถานะของประเทศไทยอยู่ที่ระดับ ไม่มีแม้แต่กฎหมายแม่บท ซึ่งห่างจากเกณฑ์ของระบอบระหว่างประเทศมากกว่ากรณีของจีน ด้วยเหตุนี้ ผู้ศึกษาจึงเสนอให้ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการสำรวจและแสวงประโยชน์จากทรัพยากรในบริเวณพื้นที่ใต้ทะเลลึก พ.ศ. ... ในฐานะกฎหมายแม่บท ตามลักษณะ หน้าที่คู่ ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นเครื่องมืออนุวัติพันธกรณีระหว่างประเทศและฐานในการอ้างยกเว้นความรับผิดของรัฐ พร้อมกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพหลักและกระบวนการอุปถัมภ์ตลอดวงจร ห้าขั้นตอน อันได้แก่ กระบวนการก่อนเริ่มกิจกรรม กระบวนการระหว่างดำเนินกิจกรรม กระบวนการภายหลังสิ้นสุดกิจกรรม กระบวนการทบทวนมาตรการอย่างสม่ำเสมอ และกระบวนการประสานงานกับองค์การพื้นดินท้องทะเลระหว่างประเทศ พร้อมเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสามด้านที่เดินขนานกัน คือ ด้านการตรากฎหมาย ด้านการจัดเตรียมหน่วยงาน และด้านการรองรับมาตรการระหว่างช่วงเวลา ในระดับนโยบาย ผู้ศึกษายังเสนอแนะการดำเนินการในสามระดับที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ ระดับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ระดับกระบวนการนิติบัญญัติ และระดับการเตรียมความพร้อมระหว่างช่วงเวลา
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ