|
การส่งคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงศาลปกครอง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การส่งคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงศาลปกครอง |
| Creator | มิ่งโกมุท ชนะกุล |
| Contributor | นิรมัย พิศแข มั่นจิตร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การยื่นคำฟ้อง, ไปรษณีย์ลงทะเบียน, เจ้าพนักงานไปรษณีย์, หลักความสะดวก, Filing a claim, Registered post, Postal officer, Procedural convenience |
| Abstract | งานวิจัยฉบับนี้ได้ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการส่งคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงศาลปกครอง ตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยได้ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองและวิเคราะห์ปัญหาการตีความคำว่า “เจ้าพนักงานไปรษณีย์” ที่ให้หมายเฉพาะถึงการส่งคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนด้วยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เท่านั้น จะเป็นการตีความที่ขัดต่อหลักความสะดวกในการดำเนินคดีปกครองซึ่งกระทบต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับวิธีการฟ้องคดีทางไปรษณีย์ของประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมนี เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสำหรับประเทศไทยต่อไป จากการศึกษาพบว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ไม่ปรากฏนิยามคำว่า “เจ้าพนักงานไปรษณีย์” อีกทั้งเมื่อพิจารณาโดยอาศัยกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบ กลับพบว่าปัจจุบันพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มีสถานะเป็นลูกจ้างของบริษัทเอกชนเท่านั้น นอกจากนี้ เมื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนสาขาทำการของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือจำนวนบริษัทขนส่งเอกชนที่ไปรษณีย์ไทยอนุญาตที่สามารถเป็นหน่วยรับคำฟ้องได้ และอัตราค่าบริการในการส่งไปรษณีย์ภัณฑ์หรือพัสดุภัณฑ์ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยเปรียบเทียบกับบริษัทเอกชนอื่น พบว่า บริษัทขนส่งเอกชนมีจำนวนสาขามากกว่าและมีรูปแบบบริการแบบไปรษณีย์ลงทะเบียนที่เทียบเท่ากับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรณีจึงควรเป็นทางเลือกของผู้ใช้บริการที่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้บริการส่งเอกสารกับบริษัทใด โดยที่รูปแบบการให้บริการที่ใกล้เคียงกันนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่อาจแยกความแตกต่างได้โดยง่าย การตีความของศาลปกครองเช่นนี้ส่งผลให้การยื่นคำฟ้องโดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนขาดความสะดวกในการฟ้องคดี นอกจากนี้ หากมองว่าบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มีสถานะเป็นนิติบุคคลเอกชนเช่นเดียวกับบริษัทขนส่งเอกชนรายอื่นซึ่งมีรูปแบบการบริการแบบไปรษณีย์ลงทะเบียนเช่นเดียวกัน การให้อภิสิทธิ์แก่เอกชนรายหนึ่งโดยพฤตินัยและไม่เปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นซึ่งมีบริการเทียบเท่าสามารถเป็นหน่วยรับคำฟ้องได้จะขัดต่อหลักความเสมอภาค แต่หากมองว่าบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นองคาพยพของรัฐ การดำเนินกิจการไปรษณีย์ของไปรษณีย์ไทยจะเป็นกรณีที่รัฐค้าแข่งขันกับเอกชนซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ พบว่า กิจการไปรษณีย์เป็นกิจการที่มีสิทธิพิเศษหรือเอกสิทธ์ตามกฎหมายเหนือเอกชนรายอื่นอยู่หลายประการ ทั้งในเรื่องการได้รับยกเว้นภาษี การดำเนินกิจการโดยไม่ต้องขอรับอนุญาต การได้รับความคุ้มครองมิให้ทรัพย์สินถูกบังคับคดี และการมีอำนาจออกกฎให้เอกชนอื่นต้องปฏิบัติ อันสะท้อนให้เห็นถึงการใช้อำนาจรัฐในการดำเนินกิจการที่กระทบต่อเอกชนรายอื่นและเข้าลักษณะของการค้าแข่งขันกับเอกชน อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดทำบริการสาธารณะด้านสาธารณูปโภคด้านการสื่อสาร กิจการดังกล่าวอาจเข้าข้อยกเว้นที่ทำให้การดำเนินกิจการไปรษณีย์ของรัฐไม่ถือเป็นการค้าแข่งขันกับเอกชนเนื่องจากประโยชน์ด้านสาธารณะ ส่วนกิจการด้านโลจิสติกส์และการขนส่งนั้น บริษัทได้ดำเนินการอยู่ภายใต้หลักการแข่งขันเสรีกับเอกชนรายอื่นโดยไม่มีอภิสิทธิ์ในการได้รับยกเว้นภาษีหรือการมีอำนาจทางมหาชนที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน จึงถือว่าบริษัทประกอบกิจการอยู่ภายใต้หลักการแข่งขันอย่างเสมอภาค |