การจัดการวัสดุปลูกและธาตุอาหารสำหรับการผลิตสตรอว์เบอร์รีตามมาตรฐาน GAP ภายใต้สภาพโรงเรือน
รหัสดีโอไอ
Title การจัดการวัสดุปลูกและธาตุอาหารสำหรับการผลิตสตรอว์เบอร์รีตามมาตรฐาน GAP ภายใต้สภาพโรงเรือน
Creator สุกัญญา เพ็งสว่าง
Contributor u0e2du0e23u0e1bu0e23u0e30u0e20u0e32 u0e40u0e17u0e1eu0e28u0e34u0e25u0e1bu0e27u0e34u0e2au0e38u0e17u0e18u0e34u0e4c, u0e17u0e35u0e48u0e1bu0e23u0e36u0e01u0e29u0e32
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword สตรอว์เบอร์รี, การจัดการวัสดุปลูกและธาตุอาหาร, ปริมาณผลผลิต, โรงเรือน, Strawberry, Growing media and nutrient management, Yield, Greenhouse
Abstract สตรอว์เบอร์รีเป็นพืชที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากปัญหาทางด้านโรคและแมลงเมื่อปลูกในที่แจ้ง การปรับเปลี่ยนการผลิตมาเป็นในสภาพโรงเรือนจึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามการจัดการวัสดุปลูกและปุ๋ยที่เหมาะสมสำหรับการผลิตสตรอว์เบอร์รีในสภาพโรงเรือนยังคงมีความเฉพาะเจาะจงกับแต่ละสายพันธุ์ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวัสดุปลูกและอัตราการให้ปุ๋ยที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจสำหรับการผลิตสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 และอเมริกาจัมโบ้ที่ปลูกภายใต้สภาพโรงเรือน โดยวางแผนการทดลองแบบ 4x3 Factorial in CRD จำนวน 5 ซ้ำ ประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัย A คือ จำนวน 4 วัสดุปลูก ได้แก่ 1) ทราย: ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 1: 1 โดยปริมาตร และ 2) - 4) ทราย: ขุยมะพร้าว: มูลโค อัตราส่วน 1: 1: 1, 1: 1: 2 และ 1: 1: 3 โดยปริมาตร ตามลำดับ และปัจจัย B คือ อัตราการใส่ปุ๋ยเคมีจำนวน 3 อัตรา ได้แก่ 1) ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี 2) ใส่ปุ๋ยเคมี ½ เท่าของคำแนะนำ และ 3) ใส่ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำ จากผลการทดลองพบว่า สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 ที่ปลูกในวัสดุปลูกทราย: ขุยมะพร้าว: มูลโค อัตราส่วน 1: 1: 1 โดยปริมาตร ที่ใส่ปุ๋ยเคมี ½ เท่าของคำแนะนำ มีจำนวนช่อดอก (2.40 ช่อดอกต่อต้น) ปริมาณผลผลิตรวมทั้งหมด (33.88 กรัมต่อต้น) และความกว้างและความยาวของผล (25.00 และ 28.80 มิลลิเมตร ตามลำดับ) มีค่ามากที่สุด และพบว่าผลสตวอร์เบอร์รี่ที่ได้มีเปอร์เซ็นต์สัดส่วนของขนาดผลเกรด 2 (11-15 กรัม) (10.08 เปอร์เซ็นต์) และค่าความหวาน (9.63 เปอร์เซ็นต์บริกซ์) มีค่าสูง อีกทั้งยังพบว่า วัสดุปลูกดังกล่าวมีอัตราส่วนต้นทุนวัสดุปลูกและปุ๋ยต่อรายได้รวมทั้งหมดน้อยที่สุด คือ 5.94 เปอร์เซ็นต์สำหรับพันธุ์อเมริกาจัมโบ้ จากผลการทดลองพบว่า สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกที่ประกอบด้วยทราย: ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 1: 1 โดยปริมาตร ที่ใส่ปุ๋ยเคมี ½ เท่าของคำแนะนำ ซึ่งทำให้สตรอว์เบอร์รี่มีจำนวนช่อดอก 2.40 ช่อดอกต่อต้น ปริมาณผลผลิตรวมทั้งหมด 27.82 กรัมต่อต้น ความกว้างผล 24.50 มิลลิเมตร เปอร์เซ็นต์สัดส่วนขนาดผลเกรด 4 (7-9 กรัม) 31.19 เปอร์เซ็นต์ และค่าผลสีแดง ( a*) 40.33 มีค่ามากที่สุด และยังทำให้อัตราส่วนต้นทุนวัสดุปลูกและปุ๋ยต่อรายได้รวมทั้งหมดมีค่าน้อยที่สุด คือ 2.15 เปอร์เซ็นต์ หรือสามารถเลือกใช้วัสดุปลูกที่ประกอบด้วย ทราย: ขุยมะพร้าว: มูลโค อัตราส่วน 1: 1: 1 โดยปริมาตร ที่ใส่ปุ๋ยเคมี ½ เท่าของคำแนะนำ ซึ่งทำให้สตรอว์เบอร์รี่มีปริมาณผลผลิตรวมทั้งหมด (27.08 กรัมต่อต้น) ไม่แตกต่างกับวัสดุปลูกที่ประกอบด้วย ทราย: ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 1: 1 โดยปริมาตร ที่ใส่ปุ๋ยเคมี ½ เท่าของคำแนะนำ และยังทำให้ได้จำนวนช่อดอก (2.40 ช่อดอกต่อต้น) จำนวนดอก (12.20 ดอกต่อช่อ) ขนาดความกว้างและความยาวผล (24.17 และ 29.10 มิลลิเมตร ตามลำดับ) และค่าความหวาน (6.90 เปอร์เซ็นต์บริกซ์) มีค่ามากดังนั้นจากผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การจัดการวัสดุปลูกและธาตุอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 คือ การใช้วัสดุปลูกที่ประกอบด้วยทราย: ขุยมะพร้าว: มูลโค อัตราส่วน 1: 1: 1 โดยปริมาตร และใส่ปุ๋ยเคมี ½ เท่าของคำแนะนำ ในขณะที่สตรอว์เบอร์รีพันธุ์อเมริกาจัมโบ้สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกที่ประกอบด้วย ทราย: ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 1: 1 โดยปริมาตร หรือวัสดุปลูกที่ประกอบด้วย ทราย: ขุยมะพร้าว: มูลโค อัตราส่วน 1: 1: 1 โดยปริมาตร ที่ใส่ปุ๋ยเคมี ½ เท่าของคำแนะนำ ซึ่งทำให้สตรอว์เบอร์รีมีปริมาณและคุณภาพผลผลิตสูง รวมถึงมีอัตราส่วนต้นทุนต่อวัสดุปลูกและปุ๋ยต่อรายได้รวมที่ต่ำ โดยสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดการวัสดุปลูกและธาตุอาหารในการผลิตภสตรอว์เบอร์รีทั้ง 2 สายพันธุ์ ภายใต้สภาพโรงเรือนได้ต่อไป
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ