ผลของการเคลือบเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเชิงซ้อนของสังกะสีกับโปรตีนไฮโดรไลเสทจากกากเมล็ดกัญชงต่อคุณภาพเมล็ดและคุณสมบัติทางชีวเคมีของเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนู
รหัสดีโอไอ
Title ผลของการเคลือบเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเชิงซ้อนของสังกะสีกับโปรตีนไฮโดรไลเสทจากกากเมล็ดกัญชงต่อคุณภาพเมล็ดและคุณสมบัติทางชีวเคมีของเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนู
Creator ณภัทร ศรีสุวรรณภัทร
Contributor u0e1eu0e23u0e0au0e31u0e22 u0e2bu0e32u0e23u0e30u0e42u0e04u0e15u0e23, u0e17u0e35u0e48u0e1bu0e23u0e36u0e01u0e29u0e32
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword ความงอก, พริกขี้หนู, การยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์, การเจริญเติบโตของต้นกล้า, ธาตุสังกะสี, อะมิโนคีเลต, โปรตีนไฮโดรไลเสท, Germination, Hot pepper, Seed enhancement, Seedling growth, Zinc, Amino chelate, Protein hydrolysates
Abstract ธุรกิจเพาะต้นกล้าพริกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการของอุตสาหกรรมผลิตเมล็ดพันธุ์และแปรรูปที่ขยายตัว ซึ่งต้องการเมล็ดพันธุ์ที่มีความงอกสูงและให้ต้นกล้าที่แข็งแรง จึงมีการนำเทคนิคการเคลือบเมล็ดด้วยธาตุอาหารพืช เพื่อยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธาตุสังกะสี ที่สามารถเพิ่มความงอกและการเจริญเติบโตของต้นกล้าในระยะแรก ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาผลของการเคลือบเมล็ดพันธุ์ด้วยซิงค์ซัลเฟตต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ และการเจริญเติบโตของต้นกล้าพริกขี้หนู และ 2. ศึกษาผลของการเคลือบเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเชิงซ้อนของสังกะสีกับโปรตีนไฮโดรไลเสทจากกากเมล็ดกัญชงต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ และการเจริญเติบโตของต้นกล้าพริกขี้หนู ซึ่งแบ่งเป็น 2 การทดลอง ได้แก่ การทดลองที่ 1 การศึกษาผลของการเคลือบเมล็ดพันธุ์ด้วยซิงค์ซัลเฟต (ZnSO4) ต่อความงอก ความแข็งแรงของเมล็ด และการเจริญเติบโตของต้นกล้าพริกขี้หนู โดยนำเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูมาทำการเคลือบด้วยสารเคลือบ Carboxymethyl cellulose และสีผสมอาหาร ร่วมกับ ZnSO4 อัตรา 0.25, 0.50, 1.0 และ 2.0 มิลลิกรัม สังกะสีต่อกรัมเมล็ดพันธุ์ (mg Zn/g seed) ในเครื่องเคลือบเมล็ดพันธุ์ระบบจานหมุนรุ่นโมเดล KSC-02D แล้วลดความชื้นด้วยเครื่องลดความชื้นระบบลมแห้งรุ่น KKU 40-2 หลังจากนั้น นำไปทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ การเจริญเติบโตของต้นกล้า และปริมาณธาตุสังกะสีในต้นกล้าเปรียบเทียบกับการเคลือบด้วยสารเคลือบเพียงอย่างเดียว และเมล็ดที่ไม่ผ่านการเคลือบ ผลการทดสอบในสภาพห้องปฏิบัติการ พบว่า เมล็ดที่เคลือบด้วย ZnSO4 อัตรา 0.25 mg Zn/g seed มีความงอก และดัชนีความงอกสูงที่สุด (91.00±1.15% และ 4.50±0.30 ตามลำดับ) รวมทั้งมีเวลาเฉลี่ยในการงอก และการงอกรากอ่อนต่ำที่สุด (10.36±0.40 และ 6.70±0.21 วัน ตามลำดับ) นอกจากนี้ เมล็ดที่เคลือบด้วย ZnSO4 ทุกอัตรามีความงอกหลังผ่านการเร่งอายุ ความงอกในสภาพโรงเรือน ความสูงต้น และปริมาณธาตุสังกะสีในต้นกล้าไม่แตกต่างกันทางสถิติ แต่สูงกว่าการเคลือบด้วยสารเคลือบเพียงอย่างเดียว และเมล็ดที่ไม่ผ่านการเคลือบ ดังนั้น การเคลือบเมล็ดด้วย ZnSO4 ที่อัตรา 0.25 mg Zn/g seed เป็นอัตราที่เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในการทดลองที่ 2 ต่อไปการทดลองที่ 2 การศึกษาผลของการเคลือบเมล็ดพริกขี้หนูด้วยสารเชิงซ้อนของสังกะสีกับโปรตีนไฮโดรไลเสทจากกากเมล็ดกัญชง (Hempseed press cake derived protein hydrolysate-zinc(II) complex, HPCPH-Zn) ต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์และการเจริญเติบโตของต้นกล้าพริกขี้หนู แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการสังเคราะห์ HPCPH-Zn โดยเปลี่ยนสังกะสีรูป ZnSO4 ด้วยกระบวนการคีเลชั่นร่วมกับโปรตีนไฮโดรไลเสทจากกากเมล็ดกัญชงที่ใช้เป็นสารคีเลต ซึ่งพบการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางเคมีของ HPCPH–Zn จากสเปกตรัมของ FTIR โดยแถบการดูดกลืนหลักของหมู่ N–H, –OH, Amide I และ Amide II มีการเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งบ่งชี้ถึงการเกิดพันธะเชิงซ้อน (คีเลต) ระหว่าง HPCPH กับ Zn2+ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่สังเคราะห์ได้ยังมีอนุภาคขนาดนาโน 100.3 นาโนเมตร และปริมาณธาตุสังกะสีเฉลี่ย เท่ากับ 36.16 กรัมต่อกิโลกรัม และการทดลองส่วนที่สอง เป็นการนำ HPCPH-Zn อัตรา 0.25, 0.50 และ 1.0 mg Zn/g seed มาเคลือบเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูด้วยวิธีการเคลือบเช่นเดียวกับการทดลองที่ 1 หลังจากนั้น ทำการทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ การเจริญเติบโตของต้นกล้า ปริมาณธาตุสังกะสีในต้นกล้า และปริมาณน้ำตาลและโปรตีนที่ละลายได้ทั้งหมดในเมล็ด เปรียบเทียบกับการเคลือบเมล็ดด้วย ZnSO4 อัตรา 0.25 mg Zn/g seed การเคลือบด้วยสารเคลือบเพียงอย่างเดียว และเมล็ดที่ไม่ผ่านการเคลือบ ผลการทดสอบในสภาพห้องปฎิบัติการ พบว่า เมล็ดที่เคลือบด้วย HPCPH-Zn อัตรา 0.5 และ 1.0 mg Zn/g seed มีความงอก (98.00±2.00 และ 99.00±1.15% ตามลำดับ) และดัชนีความงอกสูงกว่า (4.44-5.56 และ 4.61-8.45% ตามลำดับ) ขณะที่ มีเวลาเฉลี่ยในการงอกของรากอ่อนต่ำกว่าถึง 2.57-3.35% เมื่อเปรียบเทียบกับเมล็ดที่เคลือบด้วย ZnSO4 อัตรา 0.25 mg Zn/g seed ส่วนความงอก ความงอกของรากอ่อน ความงอกและความงอกของรากอ่อนหลังผ่านการเร่งอายุ รวมถึงดัชนีความงอกและเวลาเฉลี่ยในการงอกของรากอ่อนหลังผ่านการเร่งอายุของเมล็ดที่เคลือบด้วย HPCPH-Zn และ ZnSO4 ที่อัตรา 0.25 mg Zn/g seed ไม่แตกต่างกันทางสถิติ นอกจากนี้ เมล็ดที่เคลือบด้วย HPCPH-Zn อัตรา 0.5 mg Zn/g seed มีความงอกในสภาพโรงเรือนและน้ำหนักสดของต้นกล้าสูงสุด (91.00±3.56% และ 120.23±1.89 มิลลิกรัมต่อต้น ตามลำดับ) ขณะที่ HPCPH-Zn อัตรา 1.0 mg Zn/g seed ส่งผลให้ต้นกล้ามีปริมาณธาตุสังกะสีสูงสุด (50.21±1.26 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) นอกจากนี้ ปริมาณโปรตีนที่ละลายได้ทั้งหมดและน้ำตาลที่ละลายได้ทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาในการแช่น้ำ โดยปริมาณโปรตีนที่ละลายได้ทั้งหมดมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ ปริมาณน้ำตาลที่ละลายได้ทั้งหมดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อระยะเวลาการแช่น้ำเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เมล็ดที่เคลือบด้วย HPCPH–Zn มีปริมาณโปรตีนและน้ำตาลที่ละลายได้ทั้งหมดสูงกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเมล็ดที่เคลือบด้วย ZnSO4 อัตรา 0.25 mg Zn/g seed เมล็ดที่เคลือบด้วยสารเคลือบเพียงอย่างเดียว และเมล็ดที่ไม่ผ่านการเคลือบ ผลจากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การเคลือบเมล็ดพริกขี้หนูด้วย HPCPH–Zn อัตรา 0.5 mg Zn/g seed สามารถยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ และเพิ่มการเจริญเติบโตของต้นกล้าพริก
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ