|
ความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางสังคมกับพื้นที่ทางสังคมของชุมชนท้องถิ่น: บทบาทของวัดท่ามะปรางในชุมชนท่ามะปราง จังหวัดสระบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางสังคมกับพื้นที่ทางสังคมของชุมชนท้องถิ่น: บทบาทของวัดท่ามะปรางในชุมชนท่ามะปราง จังหวัดสระบุรี |
| Creator | วศิณี สนแสบ |
| Contributor | ณัฐธเดชน์ ชุ่มปลั่ง, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ทุนทางสังคม, พื้นที่ทางสังคม, ชุมชนท้องถิ่น, ชุมชนท่ามะปราง, จังหวัดสระบุรี, Social capital, Social space, Community development, Tha Maprang Community, Saraburi Province |
| Abstract | การศึกษาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางสังคมกับพื้นที่ทางสังคมของชุมชนท้องถิ่น: กรณีศึกษาชุมชนท่ามะปราง จังหวัดสระบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาลักษณะ องค์ประกอบ และรูปแบบของทุนทางสังคมในชุมชนท่ามะปราง (2) วิเคราะห์บทบาทของพื้นที่ทางสังคม โดยเฉพาะ วัดท่ามะปราง ในการเสริมสร้างและหล่อหลอมทุนทางสังคมของชุมชน (3) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างทุนทางสังคมกับพื้นที่ทางสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาและความเข้มแข็งของชุมชน และ (4) เสนอแนวทางหรือชุดบทเรียนการใช้พื้นที่ทางสังคมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพ ทุนทางสังคม ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับชุมชนท่ามะปรางและชุมชนอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพในลักษณะการศึกษาเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดทุนทางสังคมของ Putnam และ Coleman เป็นกรอบในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างทางสังคม พื้นที่ทางสังคม และปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชน การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ควบคู่กับการสังเกตทั้งแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม รวมถึงการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้ข้อมูลได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยกลุ่มผู้นำชุมชน พระสงฆ์ เยาวชน กลุ่มอาชีพ ประชาชนในชุมชน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 30 คนผลการศึกษาพบว่า ทุนทางสังคมของชุมชนท่ามะปรางประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) เครือข่ายทางสังคม (2) ความไว้วางใจและความเอื้ออาทร และ (3) บรรทัดฐานทางสังคมและการมีส่วนร่วม โดยวัดท่ามะปรางทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางสังคมที่เอื้อต่อการสร้างปฏิสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และการเชื่อมโยงเครือข่ายของคนในชุมชนผ่านกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างต่อเนื่องมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความคุ้นเคย ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และการเกิดความร่วมมือระหว่างคนต่างช่วงวัยและต่างบทบาทในชุมชน ความไว้วางใจจึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่เอื้อต่อการก่อรูปเครือข่ายทางสังคมและการยึดโยงบรรทัดฐานร่วม ส่งผลให้ชุมชนมีความร่วมมือ ความเข้มแข็งของเครือข่าย และศักยภาพในการจัดการปัญหาและพัฒนาชุมชนจากฐานทุนภายในของตนเองข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ การส่งเสริมบทบาทของวัดและพื้นที่ทางสังคมในฐานะกลไกสำคัญของการพัฒนาทุนทางสังคม การสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของคนทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประยุกต์ใช้แนวทางการพัฒนาพื้นที่ทางสังคมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่นในบริบทอื่นที่ใกล้เคียงกัน |