|
การอภิบาลปัญหาขยะพลาสติกทะเลของประเทศไทย: การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างและประสิทธิภาพของนโยบาย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การอภิบาลปัญหาขยะพลาสติกทะเลของประเทศไทย: การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างและประสิทธิภาพของนโยบาย |
| Creator | พิชญา วิทูรกิจจา |
| Contributor | วสันต์ เหลืองประภัสร์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การอภิบาลขยะพลาสติกทะเล, ขีดความสามารถเชิงนโยบาย, การรวมศูนย์อำนาจ แบบแตกกระจาย, การนำนโยบายไปปฏิบัติ, ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย, Marine plastic debris governance, Policy capacity, Fragmented centralism, Policy implementation, Policy paradox |
| Abstract | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งวิเคราะห์และอธิบายปรากฏการณ์ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย (Policy Paradox) ในการจัดการขยะพลาสติกทะเลของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนสภาวะที่รัฐไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ระดับชาติ แต่กลับประสบความล้มเหลวเรื้อรังในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์กรณีศึกษาเปรียบเทียบในพื้นที่วิกฤต 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองแสนสุข เทศบาลนครสมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดขีดความสามารถเชิงนโยบาย (Policy Capacity) เป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสถาบัน เครื่องมือเชิงนโยบาย และศักยภาพในการปฏิบัติงานจริงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลการศึกษาชี้ว่า รากเหง้าของปัญหาไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนนโยบาย แต่เกิดจากเงื่อนไขเชิงสถาบันที่เรียกว่า การรวมศูนย์อำนาจแบบแตกกระจาย (Fragmented Centralism) ซึ่งรัฐส่วนกลางยังคงผูกขาดอำนาจการตัดสินใจและทรัพยากรไว้ที่ศูนย์กลาง แต่กลับถ่ายโอนภาระการดำเนินงานสู่ท้องถิ่นโดยปราศจากการมอบอำนาจ เครื่องมือ และงบประมาณที่สอดคล้องกับภารกิจ (Unfunded Mandates) โครงสร้างที่บิดเบือนนี้ได้ขับเคลื่อนกลไกที่เรียกว่า “วงจรผลิตซ้ำช่องว่างขีดความสามารถเชิงนโยบาย” (The Vicious Cycle of Reproduced Policy Capacity Gaps) ผ่านกลไกเชิงประจักษ์ 6 ประการ ได้แก่ (1) การกำหนดตัวชี้วัดที่สวนทางกับเป้าหมาย (2) โครงสร้างการคลังที่บิดเบือนและไม่สะท้อนต้นทุนจริง (3) การผลักภาระสู่ท้องถิ่นภายใต้วาทกรรมการกระจายอำนาจ (4) ภาวะขาดดุลแห่งอำนาจในการกำกับดูแลของหน่วยงานส่วนกลาง (5) การเลือกใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่อ่อนแออันเนื่องมาจากการครอบงำเชิงนโยบาย และ (6) การแตกกระจายของอำนาจกำกับดูแลในพื้นที่ทางทะเล กลไกเหล่านี้ทำงานเสริมแรงซึ่งกันและกันจนทำให้ท้องถิ่นตกอยู่ในภาวะไร้ศักยภาพเชิงปฏิบัติการ (Operational Incapacity) และต้องดิ้นรนสร้างกลไกชดเชยเพื่อความอยู่รอดในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่จากข้อค้นพบดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอว่า การแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกทะเลอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องก้าวข้ามพิธีกรรมการวางแผนที่เน้นเพียงการผลิตเอกสาร ไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างสถาบันเพื่อสร้างดุลยภาพใหม่ระหว่างอำนาจ หน้าที่ และทรัพยากร โดยเฉพาะการปลดล็อกอำนาจทางการคลังและอำนาจกำกับดูแลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทำลายวงจรความล้มเหลวเชิงระบบและเสริมสร้างขีดความสามารถในการอภิบาลสิ่งแวดล้อมจากฐานรากอย่างแท้จริง |