|
ความคาดหวังต่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (transformational leadership): กรณีศึกษาเขตบางซื่อและเขตบางเขน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความคาดหวังต่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (transformational leadership): กรณีศึกษาเขตบางซื่อและเขตบางเขน |
| Creator | พิชญา เพ็งวัน |
| Contributor | สุนิสา ช่อแก้ว, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลง, ผู้กำหนดนโยบาย, กระบวนการจากล่างขึ้นบน, ข้าราชการ, Transformational leadership, Policymaker, Data-driven approach, Bureaucracy |
| Abstract | การบริหารกรุงเทพมหานครภายใต้โครงสร้างระบบราชการที่ซับซ้อนและข้อจํากัดเชิงอํานาจ ส่งผลให้บทบาทของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ถูกท้าทายอย่างมากในการตอบสนองความต้องการของพลเมืองในปัจจุบัน การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) นี้จึงมีความสําคัญในการวิเคราะห์ภาวะผู้นําที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการแสดงภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ ส.ก. ในมุมมองของประชาชนเขตบางซื่อและเขตบางเขน ร่วมกับการวิเคราะห์ในมิติที่มาจากทั้ง ส.ก. ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ที่เกี่ยวข้องในการประสานงานร่วมกับ ส.ก. ทั้งนี้เพื่อให้เห็นถึงช่องว่างทางทักษะที่ผู้นำควรได้รับการพัฒนา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผู้บริหารท้องถิ่นระดับสูง โดยจะทำการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนทั้งเขตบางซื่อและเขตบางเขนมีความคาดหวังต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับ ‘เห็นด้วยอย่างยิ่ง’ โดยเฉพาะด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยโดดเด่นที่สุด อย่างไรก็ดีจากผลการวิเคราะห์ทางสถิติในทั้งสองเขต กลับไม่พบความสัมพันธ์ที่มีนัยสําคัญทางสถิติในทุกปัจจัย ซึ่งเมื่อบูรณาการกับข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้ สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ผู้นำมองเห็นตนเองในการแสดงบทบาทการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ และความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้ ส.ก. ในฐานะนักการเมืองที่ใกล้ชิดกับตนมากที่สุด คอยทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรายวันเป็นหลัก จากงานวิจัยชิ้นนี้จึงนํามาสู่ข้อสรุปสําคัญที่ว่า หัวใจของการพัฒนาเมืองมิใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการยกระดับสู่ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงที่สามารถสื่อสารวิสัยทัศน์แผนการพัฒนาพื้นที่ระยะยาว ดังนั้นจึงนำมาสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คือ ส.ก. ควรปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะ ในฐานะผู้ถือครองข้อมูลหน้างานจริง ซึ่งสามารถช่วยขัดเกลานโยบายสาธารณะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ ผ่านกระบวนการจากล่างขึ้นบน โดยอาศัยความใกล้ชิดกับปัญหาในพื้นที่เป็นจุดแข็งในการเสนอแนะแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนในประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน ไปยังผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายระดับชาติ เพื่อลดช่องว่างความผิดพลาดของนโยบายที่ถูกออกแบบโดยผู้ที่ไม่เคยสัมผัสปัญหาหน้างาน |