|
“พุทธศิลป์แนวพิสดาร” ในวัดปริวาสราชสงคราม: พัฒนาการและความหมายของพุทธศิลป์ปูนปั้น สกุลช่างเพชรบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | “พุทธศิลป์แนวพิสดาร” ในวัดปริวาสราชสงคราม: พัฒนาการและความหมายของพุทธศิลป์ปูนปั้น สกุลช่างเพชรบุรี |
| Creator | ธวัชชัย ทองปั้น |
| Contributor | เทียมสูรย์ สิริศรีศักดิ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | พุทธศิลป์, วัตถุทางวัฒนธรรม, ประติมานวิทยา, วัฒนธรรมร่วมสมัย, ช่างปูนปั้นเพชรบุรี, Buddhism arts, Material culture, Iconography, Contemporary culture, Stucco Buddhist Arts of Phetchaburi’s School |
| Abstract | การวิจัยเรื่อง “พุทธศิลป์แนวพิสดาร” ในวัดปริวาสราชสงคราม: พัฒนาการและความหมายของพุทธศิลป์ปูนปั้นสกุลช่างเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพลวัตทางวัฒนธรรม ลักษณะเฉพาะ และการตีความความหมายของผลงานปูนปั้นสด ณ วัดปริวาสราชสงคราม ระเบียบวิธีวิจัยใช้การศึกษาเชิงคุณภาพผ่านการวิจัยภาคสนาม การวิเคราะห์ข้อมูลทางประติมานวิทยาโดยเทียบเคียงกับเอกสาร ร่วมกับการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมในช่วงเวลาปกติและงานประจำปี และการสัมภาษณ์เจาะจงกลุ่มผู้กระทำการหลัก ได้แก่ พระสงฆ์ผู้บริหารวัด ช่างปูนปั้นสด และฆราวาสผู้ใช้งานพื้นที่ผลการศึกษาพบว่า งานปูนปั้นสดประดับกระเบื้องเบญจรงค์และอัญมณีเทียมในอุโบสถหลังใหม่สะท้อนพัฒนาการสู่ “พุทธศิลป์แนวพิสดาร” ที่ทลายกรอบจารีตประเพณีด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมประชานิยมร่วมสมัยเข้ามาร่วมอยู่ในงานประติมากรรม ทว่าทางกายภาพ แผนผังและโครงสร้างของวัดยังคงยึดหลักคติจักรวาลวิทยาแบบไตรภูมิอย่างเคร่งครัดตามแบบสุโขทัยอย่างเป็นระบบ แต่ทว่าการจัดวางองค์ประกอบภายในได้ท้าทายลำดับฐานานุศักดิ์ความศักดิ์สิทธิ์เดิมอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งประกอบสร้างอุโบสถหลังใหม่ให้เป็น “พื้นที่ทางสังคม” ที่โอบรับทุกสรรพสิ่งอย่างเป็นพหุลักษณ์ ปราศจากการจำกัดชนชั้น สถานภาพทางเศรษฐกิจ เพศ หรือชาติพันธุ์ในมิติสังคมและเศรษฐกิจ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงพลวัตของ “พลังตัวแทนช่าง” ที่ได้รับเสรีภาพในการสร้างสรรค์ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ยุคใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันในระบบทุนนิยมของ “ตลาดบุญ” ที่ขับเคลื่อนให้วัดแปรสภาพศาสนสถานทางกายภาพให้กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมและสินค้าเชิงสัญลักษณ์เพื่อดึงดูดผู้คนและทรัพยากร ซึ่งการแหวกขนบนี้ส่งผลให้กระแสการรับรู้ของสังคมมีความเห็นแตกแยกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน โดยฝ่ายสนับสนุนชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ที่กล้าหาญ ช่วยดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าวัด และสร้างรายได้สืบทอดวิชาชีพช่างไทย ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าการนำสิ่งร่วมสมัยมาประดับนั้นขัดกับบริบทอันควรเคารพของศาสนสถาน ทั้งยังแสดงความกังวลในแง่การจัดสรรงบประมาณก่อสร้างและการดูแลรักษาผลงานในระยะยาวที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง |