|
ผลกระทบของวิกฤตการณ์ทะเลแดงต่อราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์โลก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลกระทบของวิกฤตการณ์ทะเลแดงต่อราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์โลก |
| Creator | ธนกฤต วงศ์วัฒนะ |
| Contributor | สันติชัย คชรินทร์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | วิกฤตการณ์ทะเลแดง, การศึกษาเหตุการณ์, อุตสาหกรรมโลจิสติกส์, ผลตอบแทนผิดปกติสะสม, ภูมิรัฐศาสตร์, Red Sea crisis, Event study, Logistics industry, Cumulative abnormal return, Geopolitics |
| Abstract | งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาผลกระทบของวิกฤตการณ์ทะเลแดงที่มีต่ออัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์โลก โดยประยุกต์ใช้วิธีการศึกษาเหตุการณ์ (Event Study) ด้วยแบบจำลองตลาด (Market Model) ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างบริษัทจดทะเบียน 322 บริษัท ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ Air Freight & Logistics, Cargo Ground Transportation, Marine Transportation, Passenger Airlines และ Rail Transportation ใน 4 ภูมิภาคทั่วโลก โดยศึกษา 3 เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การยึดเรือ Galaxy Leader (20 พฤศจิกายน 2566) การประกาศระงับเส้นทางของ Maersk และ Hapag-Lloyd (15 ธันวาคม 2566) และการโจมตีทางอากาศของกองกำลังพันธมิตร (12 มกราคม 2567) ผลการศึกษาพบว่าเหตุการณ์ที่ 1 และ 2 ก่อให้เกิดผลตอบแทนที่ผิดปกติสะสม (CAR) เชิงบวกในกลุ่มขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ 2 ที่มีค่า CAR สูงถึง 10.59% สะท้อนว่านักลงทุนประเมินว่าการหยุดชะงักของเส้นทางทะเลแดงจะนำไปสู่ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม เหตุการณ์ที่ 3 ก่อให้เกิด CAR เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม บ่งชี้ว่าการยกระดับความขัดแย้งทางทหารสร้างความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนระยะยาว ผลการวิเคราะห์ภาคตัดขวางพบว่าความสามารถในการทำกำไร (Profitability) และขนาดของกิจการ (Firm Size) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดทอนผลกระทบเชิงลบ ในขณะที่ ESG Score มีความสัมพันธ์เชิงลบ ซึ่งสะท้อนลักษณะเฉพาะของวิกฤตการณ์ทางโลจิสติกส์ที่แตกต่างจากวิกฤต COVID-19 |