|
ผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผลการดำเนินงานของกิจการภายใต้บรรษัทภิบาล: กรณีศึกษาตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอาเซียน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผลการดำเนินงานของกิจการภายใต้บรรษัทภิบาล: กรณีศึกษาตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอาเซียน |
| Creator | เจณิสฏา เรเชียงแสน |
| Contributor | สันติชัย คชรินทร์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ก๊าซเรือนกระจก, ผลการดำเนินงานทางการเงิน, บรรษัทภิบาล, ตลาดเกิดใหม่, อาเซียน, Greenhouse gas emissions, Financial performance, Corporate governance, Emerging markets, ASEAN |
| Abstract | งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผลการดำเนินงานทางการเงินของกิจการ พร้อมทั้งบทบาทกำกับของบรรษัทภิบาล ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ภูมิภาคอาเซียน จำนวน 179 บริษัท รวมทั้งสิ้น 358 ตัวอย่าง ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 – 2567 โดยพิจารณาถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1, ขอบเขตที่ 2, ขอบเขตที่ 3 และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ซึ่งเป็นตัวแปรอิสระ อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และ Tobin’s Q เป็นตัวแปรตาม พร้อมทั้งศึกษาบทบาทกำกับของกลไกการกำกับดูแลกิจการ ได้แก่ ขนาดของคณะกรรมการ (Board Size) ความเป็นอิสระของคณะกรรมการ (Board Independence) ความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการ (Board Gender Diversity) และคณะกรรมการความยั่งยืน (Sustainability Committee) โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองข้อมูลพาเนล (Panel Data Regression) ภายใต้แบบจำลอง Fixed Effects Model และใช้ตัวแปรแบบล่าช้า 1 ปี (Lagged Variables) เพื่อสะท้อนผลกระทบในปีถัดไป ผลการศึกษาพบความสัมพันธ์เชิงลบระหว่างปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 ต่ออัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ในปีถัดไป และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 2 มีความสัมพันธ์เชิงลบในระดับอ่อนต่ออัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ในปีถัดไป สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานในระดับที่สูง มีผลให้ผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทลดลง ถึงกระนั้นก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญระหว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขอบเขตกับมูลค่ากิจการที่วัดด้วย Tobin’s Q ในปีถัดไป ผลการศึกษายังพบว่าความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการมีบทบาทกำกับในการลดทอนผลกระทบเชิงลบของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 ต่ออัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) แต่ไม่พบบทบาทกำกับอย่างมีนัยสำคัญของขนาดคณะกรรมการ ความเป็นอิสระของคณะกรรมการ และคณะกรรมการความยั่งยืน แสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมของกิจการ มีความสำคัญต่อผลการดำเนินงานทางการเงิน ขณะเดียวกัน กลไกการกำกับดูแลกิจการด้านความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการ เข้ามามีบทบาทด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบเชิงลบจากก๊าซเรือนกระจกได้ |