|
ปัญหาการใช้การตีความนิยามความผิดฐานบังคับใช้แรงงานของไทยภายใต้พันธกรณีขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการใช้การตีความนิยามความผิดฐานบังคับใช้แรงงานของไทยภายใต้พันธกรณีขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ |
| Creator | ปฐมชัยว์ เลิศวรัตน์ |
| Contributor | จารุประภา รักพงษ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ, การค้ามนุษย์, องค์การแรงงานระหว่างประเทศ, อนุสัญญา ILO ฉบับที่ 29, พิธีสารปี 2014, การตีความกฎหมายไทย, Forced labour or servitude, Human trafficking, International Labour Organization, ILO Convention No. 29, Protocol of 2014, Legal interpretation in Thailand |
| Abstract | การบังคับใช้แรงงานเป็นประเด็นที่ประเทศไทยกำลังถูกเพ่งเล็งจากนานาชาติ เนื่องจากมีแรงงานจำนวนที่ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกบังคับใช้แรงงาน โดยเฉพาะภายหลังจากที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 29 ว่าด้วยการบังคับใช้แรงงาน ค.ศ. 1930 และพิธีสารส่วนเสริม ค.ศ. 2014 จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องการบังคับใช้แรงงานและการเยียวยาผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังปรากฏปัญหาเกี่ยวกับการอนุวัติการพันธกรณีดังกล่าวในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเฉพาะความไม่สอดคล้องในการตีความนิยามการบังคับใช้แรงงานกับมาตรฐานของ ILO ทั้งในด้านข้อบ่งชี้การบังคับใช้แรงงาน การพิจารณาเปราะบางของเหยื่อ และการพิจารณาพฤติการณ์โดยรอบ ส่งผลให้การคุ้มครองผู้เสียหายยังไม่บรรลุผลอย่างแท้จริงการค้นคว้าอิสระฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการตีความความผิดฐานบังคับใช้แรงงานตามกฎหมายไทย โดยวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาและพิธีสารของ ILO รวมถึงแนวทางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังศึกษากลไกเชิงปฏิบัติของรัฐไทยในด้านการคัดแยกเหยื่อ การสอบสวน และการเยียวยา ตลอดจนวิเคราะห์คำพิพากษาของศาลไทยในคดีที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบกับบรรทัดฐานการตีความของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป (ECtHR) ซึ่งมุ่งพิจารณาบริบทของผู้เสียหาย ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และผลกระทบที่มีต่อเสรีภาพในการตัดสินใจผลการศึกษาพบว่า ปัญหาหลักของประเทศไทยไม่ใช่การไม่มีกฎหมายหรือกลไกเสียทีเดียว หากแต่เกิดจากช่องว่างของกฎหมายที่ตราขึ้นและการตีความ 1) นิยามและองค์ประกอบความผิดของการบังคับใช้แรงงานในกฎหมายไทยยังคงเน้นรูปแบบการบังคับที่ปรากฏชัด ขณะที่รูปแบบการบังคับโดยพฤตินัยและการเอาเปรียบจากความเปราะบางของเหยื่อไม่ถูกรองรับในตัวบทและมุมมองทางกฎหมาย 2) แนวทางการตีความของศาลไทยยังคงตีความอย่างแคบ โดยเฉพาะการเน้นภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งมิได้เป็นเกณฑ์ที่ปรากฏในข้อบ่งชี้ของ ILO และทำให้เกิดปัญหาต่อการปฏิบัติตามพันธะกรณี 3) กลไกการคัดแยกเหยื่อ การสอบสวน และการเยียวยา ยังขาดความเป็นเอกภาพและมาตรฐานกลาง และ 4) ความเข้าใจเกี่ยวกับความสมัครใจหรือการยินยอมของเหยื่อในระบบกฎหมายไทยยังคงยึดโยงกับพฤติกรรมภายนอก มากกว่าการพิจารณาสภาพบังคับจากบริบทแวดล้อมของตัวเหยื่อที่อาจจะทำให้ต้องจำยอมกับสภาพเช่นนั้นการศึกษานี้เสนอว่า ประเทศไทยควรปรับปรุงตัวบทกฎหมายและแนวทางการตีความให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ ILO และบรรทัดฐานของศาล ECtHR รวมถึงยกระดับกลไกเชิงปฏิบัติในการคุ้มครองและเยียวยาเหยื่อให้ตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อให้การอนุวัติพันธกรณีห้ามการบังคับใช้แรงงานเป็นไปตามสัตยาบันที่ให้ไว้และสามารถคุ้มครองเหยื่อได้จริงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายระหว่างประเทศ |