ปัญหาเกี่ยวกับการชำระเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้าง
รหัสดีโอไอ
Title ปัญหาเกี่ยวกับการชำระเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้าง
Creator สิรวิชช์ อยู่วังแก้ว
Contributor อำนาจ ตั้งคีรีพิมาน, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2566
Keyword สัญญาจ้างก่อสร้าง, การชำระเงิน, การระงับข้อพิพาท, Construction contract, Payment, Dispute resolution
Abstract ในการดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับจ้างก่อสร้าง การได้รับชำระเงินจากผู้ว่าจ้างอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะทำให้ผู้รับจ้างมีกระแสเงินสดและสภาพคล่องทางการเงิน (cash flow) ที่ดีส่งผลให้มีความสามารถในการชำระค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างช่วง ผู้จัดหาสินค้าหรือผู้ให้บริการงานก่อสร้าง รวมถึงมีเงินชำระค่าคนงาน ช่างฝีมือ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าเช่าเครื่องจักรต่าง ๆ เพื่อให้งานก่อสร้างโครงการดำเนินไปโดยเรียบร้อยและเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้างก่อสร้าง อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยปัจจุบันประเทศไทยไม่มีกฎหมายกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสัญญาจ้างก่อสร้างเป็นการเฉพาะจึงต้องถือเอาบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในบรรพ 3 ลักษณะ 7 เรื่องจ้างทำของมาปรับใช้กับสัญญาจ้างก่อสร้างซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องจ้างทำของเพียงแต่กำหนดหลักการทั่วไปเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในการชำระสินจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อทำงานแล้วเสร็จซึ่งเหมาะจะใช้กับงานจ้างทำของทั่วไปมิใช่งานก่อสร้าง ดังนั้นการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการชำระเงินในสัญญาจ้างก่อสร้างจึงต้องเป็นไปตามการแสดงเจตนาระหว่างคู่สัญญา ทั้งนี้เนื่องด้วยอำนาจต่อรองทางธุรกิจที่น้อยกว่าจึงมีการกำหนดเงื่อนไขในสัญญาซึ่งไม่เป็นธรรมหรือทำให้ผู้รับจ้างเสียเปรียบบางประการอันนำมาสู่ปัญหาการไม่ชำระเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้างตามมา เช่น กรณีผู้ว่าจ้างปฏิเสธไม่รับมอบงานและไม่ชำระค่าก่อสร้าง กรณีผู้ว่าจ้างชำระค่าก่อสร้างที่ถึงกำหนดชำระล่าช้า หรือกรณีผู้ว่าจ้างปฏิเสธไม่คืนหรือทำการหักและคืนเงินประกันผลงาน (retention) ให้ผู้รับจ้างไม่ครบจำนวนโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นต้น อันส่งผลให้ผู้รับจ้างขาด cash flow ในการดำเนินงานก่อสร้างและนำไปสู่ความจำเป็นในการหยุดงาน ทิ้งงาน หรือถึงขั้นต้องปิดกิจการลงในบางกรณี และส่งผลให้เกิดข้อพิพาทจากการเรียกร้องให้ชำระเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้างทั้งระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างรวมถึงผู้รับจ้างช่วงในทุกระดับชั้น ทำให้เกิดความไม่มั่นคงต่อธุรกิจของผู้รับจ้างก่อสร้างและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม โดยจากการศึกษาวิเคราะห์บริบทของประเทศไทยในปัจจุบันพบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากข้อจำกัดดังต่อไปนี้ ประการที่หนึ่ง การขาดแบบสัญญาจ้างก่อสร้างมาตรฐานกลางซึ่งกำหนดสิทธิในการได้รับชำระเงินที่เป็นธรรมและกำหนดเงื่อนไขการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการชำระเงินเป็นการเฉพาะ เนื่องจากแบบสัญญาจ้างก่อสร้างมาตรฐานในประเทศไทยในบางกรณีกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการชำระเงินซึ่งไม่เป็นธรรมหรือก่อให้เกิดความเสียเปรียบแก่ผู้รับจ้างรวมถึงมิได้กำหนดกลไกในการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการชำระเงินไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้นการค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงมีข้อเสนอแนะให้ส่งเสริมการจัดทำแบบฟอร์มสัญญาจ้างก่อสร้างมาตรฐานกลางในประเทศไทยผ่านความร่วมมือขององค์กรและผู้ทรงคุณวุฒิในงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนโดยพิจารณาเทียบเคียงสัญญาจ้างก่อสร้างมาตรฐานสมาพันธ์วิศวกรที่ปรึกษากฎหมายสากล FIDIC Red Book 2017 เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการชำระเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้างในระยะเบื้องต้น ประการที่สอง การไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดสิทธิในการได้รับชำระเงิน กระบวนการและองค์กรเฉพาะในการระงับข้อพิพาทอันเกี่ยวกับการชำระเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ด้วยเหตุเพราะปัจจุบันประเทศไทยไม่มีกฎหมายการประกันการชำระเงินในอุตสาหกรรมก่อสร้าง (security of payment) เป็นการเฉพาะ อีกทั้งการใช้บทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องจ้างทำของและการใช้กระบวนการระงับข้อพิพาททั่วไปโดยการฟ้องคดีต่อศาลหรือเสนอข้อพิพาทเพื่อให้ชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการไม่สามารถแก้ไขปัญหาการไม่ได้รับชำระเงินซึ่งส่งผลกระทบต่อการขาด cash flow ของผู้รับจ้าง และแม้ในปัจจุบันจะมีความพยายามในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการระงับข้อพิพาทอันเกี่ยวกับการชำระเงินตามสัญญางานก่อสร้าง พ.ศ. ... โดยสถาบันอนุญาโตตุลาการ THAC และคณะผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อแก้ปัญหาการชำระเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้างในประเทศไทย แต่ร่างกฎหมายนี้ยังขาดความชัดเจนและความครอบคลุมในบทบัญญัติบางประการและปัจจุบันยังมิได้มีผลบังคับใช้ ดังนั้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการชำระเงินในสัญญาจ้างก่อสร้างในระยะยาว การค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงมีข้อเสนอแนะในการนำกฎหมาย Building and Construction Industry (Security of Payment) Act 2021 (WA) (SOPA) ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีการปฏิรูปล่าสุดมาเป็นต้นแบบในการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฯ ของประเทศไทยให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก่อนมีการออกกฎหมายนี้ใช้บังคับต่อไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับจ้างมีกลไกคุ้มครองความมั่นคงทางการเงินอันส่งผลให้สามารถดำเนินงานโครงการก่อสร้างจนแล้วเสร็จโดยไม่ทิ้งงานและส่งมอบงานที่มีคุณภาพดีให้แก่ผู้ว่าจ้างตรงตามกำหนดเวลาในสัญญาอันก่อให้เกิดผลดีต่อฝ่ายผู้ว่าจ้างต่อไปด้วย
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ