|
การสื่อสารอัตลักษณ์ทางเพศของกลุ่มแฟนคลับนางงาม: ศึกษากรณี แฟนคลับชายรักชายต่อการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การสื่อสารอัตลักษณ์ทางเพศของกลุ่มแฟนคลับนางงาม: ศึกษากรณี แฟนคลับชายรักชายต่อการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ |
| Creator | สุเมธ ชัยไธสง |
| Contributor | สมสุข หินวิมาน, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2562 |
| Keyword | การสื่อสาร, อัตลักษณ์ทางเพศ, แฟนคลับ, ชายรักชาย, นางงาม, Communication, Gender identity, Fan club, Homosexual, Beauty queen |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การเข้ามาของชายรักชายต่ออาณาบริเวณการประกวดนางงามของสตรีเพศ 2) การตีความ สร้างตัวตน การสื่อสารอัตลักษณ์ทางเพศจากตัวบทนางงามของแฟนปัจเจกชายรักชาย และ 3) การรวมกลุ่มจากแฟนปัจเจกสู่แฟนคลับเพื่อสำรวจอำนาจของเครือข่ายต่อการสื่อสารอัตลักษณ์ทางเพศ โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบแบบผสมผสาน ได้แก่ การสัมภาษณ์เจาะลึก การสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ การสังเกตโดยแบบมีส่วนร่วมโดยนักวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูล การวิจัยเอกสาร และการวิจัยแบบอัตชาติพันธุ์วรรณนาซึ่งให้ความสำคัญกับการย้อนทบทวนตัวตนผู้ศึกษาร่วมกับผู้ถูกศึกษาเป็นหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลผลการวิจัยโดยพิจารณาตามลำดับการก่อตัวของผู้รับสารที่มีลักษณะเป็น “ผู้ชื่นชอบ” (preferences) แฟน (fans) และ แฟนคลับ (fan club) การประกวดนางงาม อาจแบ่งได้เป็น 3 ยุค ได้แก่ “ยุคจากดอกไม้ของชาติสู่ความบันเทิงของบุรุษเพศ” “ยุคจากผู้รับสารเข้าสู่การเป็นแฟนปัจเจกของชายรักชาย” และ “ยุคจากแฟนปัจเจกเข้าสู่การเป็นแฟนคลับของกลุ่มชายรักชาย” โดยในยุคนางสาวสยามพบกลุ่มผู้ชื่นชอบหลักเป็นบุรุษเพศซึ่งเสพนางงามในฐานะ “ความรื่นรมย์ทางเพศ” (male’s sexual pleasure) สำหรับกลุ่มแฟนปัจเจกและแฟนคลับแบบชายรักชายนั้นพบว่า ตัวแปรสำคัญในการเข้าสู่ความเป็นแฟนและแฟนคลับ คือ ความต้องการถือเพศสภาพและเพศวิถีแบบนางงามซึ่งมีลักษณะแบบผู้หญิงเหนือจินตนาการ (extraordinary women) เพื่อต่อสู้เรื่องการถือบทบาททางเพศผ่านโลกในจินตนาการ (sexual fantasy) กล่าวคือ ในเมื่อโลกแห่งความเป็นจริงเป็นผู้หญิงแบบนางงามไม่ได้ จึงเปลี่ยนความต้องการนั้นมาเป็นแฟนนางงามเพื่อชดเชยความต้องการที่กฎเกณฑ์สังคมกดทับสิทธิ์ในการถือเพศสภาพในแบบที่บุคคลเหล่านี้ต้องการ ทว่าพื้นที่แห่งความเป็นแฟนและแฟนคลับสามารถให้สิทธิ์นั้นได้ แม้จะในจินตนาการก็ตามที ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ากลุ่มแฟนและแฟนคลับชายรักชายเสพตัวบทนางงามในฐานะ “สงครามตัวแทน” (proxy war) อันก่อให้เกิดอัตลักษณ์ทางเพศแบบผสมผสาน (hybridity) ระหว่างตัวตนเดิมของแฟนและความเป็นนางงาม ซึ่งสะท้อนว่าการประกวดนางงามไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สื่อสารอัตลักษณ์ทางเพศของนางงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สื่อสารและต่อสู้ด้านอัตลักษณ์ทางเพศของชายรักชายร่วมด้วยสำหรับการรวมกลุ่มของชายรักชายจาก “แฟนปัจเจก” มาสู่การเป็น “แฟนคลับ” เกิดขึ้นด้วยตัวแปรสำคัญคือการเข้ามาของสื่ออินเทอร์เน็ต และความต้องการรวมกลุ่มเพื่อสร้างสำนึกความเป็นพวกเดียวกัน (we-feeling) การสื่อสารแบบคนคอเดียวกัน (camaraderie) การสร้างพื้นที่ทางสังคมเพื่อสื่อสารอัตลักษณ์ทางเพศที่ตนปรารถนา และการสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นชาติ (nationalism identity) โดยเมื่อแฟนคลับสื่อสารกับตนเองมีแนวโน้มว่า “สำนึกเรื่องเพศจะเข้มข้นกว่าสำนึกเรื่องชาติ” ขณะที่เมื่อสื่อสารกับแฟนคลับด้วยกัน “สำนึกเรื่องเพศจะถูกสื่อสารเท่า ๆ กับสำนึกเรื่องชาติ” และเมื่อสื่อสารกับคนนอกที่ไม่ใช่แฟนมีแนวโน้มว่า “สำนึกเรื่องชาติจะเข้มข้นกว่าสำนึกเรื่องเพศ” เนื่องจากอัตลักษณ์เรื่องชาติเป็นชุดความหมายที่สามารถใช้ต่อสู้กับการถูกตีตราว่าเป็น “คนไร้สาระ” ที่คนนอกมักหยิบยื่นให้ ขณะที่การสื่อสารอัตลักษณ์ทางเพศแบบนางงามเป็นการสื่อสารเพื่อต่อสู้กับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองที่ถูกสังคมกดทับมาตลอดชีวิต |