|
สิทธิการขัดขืนการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | สิทธิการขัดขืนการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย |
| Creator | นิธิเขต ขจรเนติยุทธ |
| Contributor | ปกป้อง ศรีสนิท, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | อำนาจการจับของเจ้าพนักงาน, สิทธิการขัดขืนการจับกุม, การจับกุม, Conducted by police officer, Right of resisting an unlawfularrest, Arrest |
| Abstract | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาปัญหาการใช้สิทธิการขัดขืนการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในประเทศไทย โดยมุ่งศึกษากรณีการจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวคือ ปัจจุบันหากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับบุคคลใดและการจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แนวทางการใช้บังคับกฎหมายของศาลในปัจจุบันให้ถือว่าการจับที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย บุคคลผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะป้องกันตนเองได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 เมื่อบุคคลผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะขัดขืนการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะส่งผลให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยเหตุว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านอาวุธได้มีการพัฒนาไปอย่างก้าวหน้า ส่งผลให้อานุภาพของอาวุธที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพร้ายแรง ในทางกลับกันประชาชนในสังคมก็สามารถหาอาวุธที่มีประสิทธิภาพและความร้ายแรงมาไว้ในความครอบครองได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อมีการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับบุคคลผู้ถูกจับ ก็จะส่งผลให้เกิดการปะทะกันที่รุนแรง มีความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นในฝ่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง บุคคลผู้ถูกจับ หรือแม้กระทั่งประชาชนผู้อยู่ในเหตุการณ์โดยเมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของหลักกฎหมายสิทธิการขัดขืนการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ ในประเทศอังกฤษหากปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมบุคคลและการจับกุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย บุคคลผู้ถูกจับนั้นมีสิทธิที่จะขัดขืนการจับกุมด้วย แต่เมื่อศึกษาสภาพสังคมเกี่ยวกับใช้อาวุธปืนในประเทศอังกฤษ จะเห็นว่าประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องการใช้อาวุธต่ำมาก ประชาชน บุคคลทั่วไป ไม่สามารถหาอาวุธปืนมาไว้ในความครอบครองได้อย่างง่ายๆ เมื่อนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพกพาอาวุธปืนไว้เป็นอาวุธประจำกาย ดังนั้น เมื่อมีการขัดขืนการจับกุมเกิดขึ้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการขัดขืนดังกล่าวก็จะไม่รุนแรง ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ในแต่ละมลรัฐจะมีกฎหมายเฉพาะของมลรัฐ แต่มลรัฐส่วนใหญ่ห้ามมิให้บุคคลใช้สิทธิการขัดขืนการจับกุมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม โดยเมื่อพิจารณาจากสภาพสังคมเกี่ยวกับปัญหาการใช้อาวุธปืนในประเทศสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้นให้เสรีภาพกับประชาชนในการที่จะมีอาวุธปืนไว้ในความครองครอบเป็นอย่างมาก ส่งผลให้สังคมภายในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนของประชาชนในประเทศเป็นอย่างมาก และเมื่อประชาชนในประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถหาอาวุธปืนมาไว้ในความครอบครองได้โดยง่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาจึงต้องมีปืนไว้เป็นอาวุธประจำตัวในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อที่จะไว้ป้องกันตัว และใช้ในการปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ดังนั้น เมื่อเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับบุคคลผู้ถูกจับก็จะทำให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ กฎหมายในแต่ละมลรัฐส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจึงห้ามมิให้บุคคลใช้สิทธิการขัดขืนการจับกุมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งสภาพสังคมเกี่ยวกับปัญหาการใช้อาวุธปืนในประเทศไทยนั้น ก็มีลักษณะที่สอดคล้องกับสภาพสังคมเกี่ยวกับปัญหาการใช้อาวุธปืนในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งผู้เขียนยังเห็นว่าหลักกฎหมายในเรื่องของการป้องกันตัวนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักเห็นความได้สัดส่วนของภัยที่เกิด การที่จะต้องกระทำเพื่อป้องกันและผลที่จะตามมา ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า การขัดขืนการจับกุมในปัจจุบันส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยในสังคมเป็นอย่างมาก และยังกระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์การเผชิญหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับบุคคลผู้ถูกจับด้วย ผู้เขียนจึงได้เสนอแนะแนวทางในการบัญญัติกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน กล่าวคือ ต้องบัญญัติกฎหมาย ห้ามมิให้บุคคลอ้างสิทธิการป้องกันตัว ในกรณีที่เป็นการกระทำเพื่อขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้การจับกุมนั้นจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม |