|
การแบ่งกลุ่มย่อยในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การแบ่งกลุ่มย่อยในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม |
| Creator | พิมพ์ปวีณ์ เสวตไอยาราม |
| Contributor | สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | การดำเนินคดีแบบกลุ่ม, การแบ่งกลุ่มย่อยในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม, โจทก์ผู้แทนคดีของกลุ่มย่อย, ทนายความของกลุ่มย่อย, Class action, Subclassifications of class actions, Representative plaintiff for subclass, Lawyer for subclass |
| Abstract | กฎหมายว่าด้วยการดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อใช้ในการพิจารณาและพิพากษาคดีแพ่งเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายที่มีจำนวนมากให้ได้รับความเป็นธรรมเสมอภาคถ้วนหน้ากันโดยประเทศไทยได้รับอิทธิพลในการยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2558 (การดำเนินคดีแบบกลุ่ม) มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเหตุที่มีการเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการดำเนินคดีแบบกลุ่มเข้าไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงทำให้อาจเกิดปัญหาในการดำเนินกระบวนพิจารณาในทางปฏิบัติได้เนื่องจากคดีแบบกลุ่มเป็นคดีสามัญซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการสืบพยานเป็นเวลานานและศาลมีบทบาทในการเข้ามาทำหน้าที่แสวงหาความจริงในคดีเพื่อช่วยคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้เข้ามาในคดี ให้ได้รับการเยียวยาความเสียหายที่เป็นธรรม และการที่สภานิติบัญญัติแห่งชาตินำกฎหมายดังกล่าวมาบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอาจจะทำให้ศาลยึดติดกับการดำเนินคดีในระบบกล่าวหาด้วยการวางตัวเป็นกลางจึงอาจทำให้การดำเนินคดีแบบกลุ่มที่ใช้ระบบการพิจารณาคดีแบบไต่สวนถูกบิดเบือนหลักการไปได้ประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนหลักการของการดำเนินคดีแบบกลุ่มให้มีความเหมาะสมกับความไม่เคยชินของผู้พิพากษาต่อการดำเนินคดีแบบกลุ่มด้วยเกรงว่าอาจทำให้เกิดความซับซ้อนในการพิจารณาคดีอันก่อให้เกิดความยุ่งยากในทางปฏิบัติของผู้พิพากษาในการพิจารณาและพิพากษาคดีได้จึงมีการกำหนดคำจำกัดความของคำว่า “กลุ่มบุคคล” ขึ้นซึ่งมีความแตกต่างไปจากเงื่อนไขเบื้องต้นที่ศาลใช้ในการพิจารณาอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มในเรื่องการมีปัญหา ข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงร่วมกันภายในกลุ่มของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยคำจำกัดความนี้ มีลักษณะแคบจึงอาจทำให้ต้องมีการแยกฟ้องเป็นหลายคดีและก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเป็นภาระแก่โจทก์ซึ่งต้องออกเงินทดรองในการดำเนินคดีแทนผู้เสียหายทั้งหลายไปก่อน และด้วยมาตรา 222/24 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งเป็นมาตราที่ว่าด้วยการแบ่งกลุ่มย่อยในการดำเนินคดีแบบกลุ่มกำหนดว่า ศาลอาจมีคำสั่งให้มีการแบ่งกลุ่มย่อยเนื่องจากมีลักษณะของความเสียหายที่แตกต่างกันระหว่างบุคคลในกลุ่มเป็นหลักการที่ค่อนข้างแคบเพราะอาจมีประเด็นที่มีความแตกต่างของสมาชิกกลุ่มบางส่วนที่ต้องได้รับการพิจารณาเป็นการเฉพาะหรือกรณีที่มีแนวโน้มว่าจะมีความขัดแย้งของผลประโยชน์หรือมีความขัดแย้งของผลประโยชน์เกิดขึ้นแล้วในระหว่างสมาชิกกลุ่มด้วยกันซึ่งหาก ไม่มีการแบ่งกลุ่มย่อยให้แก่สมาชิกกลุ่มเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในผลแห่งคำพิพากษาได้และอาจมีการแยกฟ้องเป็นรายคดีต่อไปด้วยเหตุตามที่กล่าวมาข้างต้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้เสนอแนะให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขการอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มและประเด็นที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับการแบ่งกลุ่มย่อยในการดำเนินคดีแบบกลุ่มเพื่อทำให้ผู้เสียหายได้รับการอำนวยความยุติธรรมจากศาลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผู้เขียนได้เสนอให้มีการแบ่งกลุ่มย่อยด้วยลักษณะต่างๆ รวมไปถึง ควรมีการกำหนดให้มีจำนวนบุคคลขั้นต่ำที่สามารถเป็นสมาชิกของกลุ่มย่อยได้ การแต่งตั้งโจทก์ผู้แทนคดีและ/หรือทนายความของกลุ่มย่อย และการกำหนดค่าทนายความให้แก่ทนายความใน กลุ่มย่อยเพื่อเป็นกลไกในการคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกในกลุ่มย่อยที่ไม่ได้เข้ามาในคดี ให้ได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรมสมดังเจตนารมณ์ของการดำเนินคดีแบบกลุ่ม |