|
สถานะสินสอดตามกฎหมายไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | สถานะสินสอดตามกฎหมายไทย |
| Creator | วรินเศรษฐ์ สุขประเสริฐ |
| Contributor | วีรวัฒน์ จันทโชติ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | สินสอด, ราคาเจ้าสาว, ค่าตอบแทนการสมรส, Sin-Sod, Dowry, Bride price, Marital remuneration |
| Abstract | ตามประเพณีแต่งงานแต่โบราณ ครอบครัวทั้งสองฝ่ายจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการตกลงเรื่องเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆในการสมรส การตกลงระหว่างผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวและผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวมักจะมีการกำหนดเรื่องของการหมั้นและสินสอดที่ฝ่ายชายต้องมอบให้แก่ฝ่ายหญิงการให้สินสอดจึงเป็นประเพณีที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมปฏิบัติกันมาสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน และในสมัยโบราณการให้สินสอดมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการตอบแทนการที่บิดามารดาเลี้ยงดูหญิงจนเติบใหญ่จนได้สมรสกับชาย ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นค่าสินหัวบัวนาง หรือค่าน้ำนมข้าวป้อน ที่ให้แก่บิดามารดาของหญิงนั้นการที่กฎหมายรับเอาความคิดในเรื่องการให้สินสอดมาบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว จึงเสมือนเป็นการรับรองจารีตประเพณีเดิมที่ตกทอดกันมา แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้สินสอดเป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงแล้วแต่กรณีเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส เห็นได้ว่าบทบัญญัติของกฎหมายมีข้อแตกต่างจากแนวคิดของการให้สินสอดสมัยโบราณ อีกทั้งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2558 ได้มีการวินิจฉัยในเรื่องสัญญาหมั้นและสัญญาสินสอดที่ปะปนกันเสมือนสัญญาหมั้นเป็นสัญญาหลัก สัญญาสินสอดเป็นสัญญารอง หากไร้ซึ่งสัญญาหมั้นจะทำให้สัญญาสินสอดไม่อาจมีขึ้นได้เลย และวินิจฉัยต่อไปว่าทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมอบให้บิดารมารดาของหญิงจึงไม่ใช่สินสอดแต่เป็นการให้โดยเสน่หา ซึ่งทำให้ฝ่ายชายไม่สามารถเรียกสินสอดคืนได้วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาแนวคิดและวิวัฒนาการของสัญญาสินสอด เพื่อหาคำตอบเรื่องสถานะสินสอดตามกฎหมายไทยว่ามีลักษณะประการใด และความเป็นสัญญาหลักและสัญญารองของสัญญาหมั้นและสัญญาสินสอด ซึ่งจากการศึกษาเปรียบเทียบกันพบว่าวัตถุประสงค์ของสัญญาหมั้นและสัญญาสินสอดนั้นมีความแตกต่างกัน กล่าวคือสัญญาหมั้นเป็นการมอบของหมั้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าชายจะมาสมรสกับหญิงในภายหน้า แต่สัญญาสินสอดเป็นการให้ทรัพย์สินเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสกับชาย ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันนำมาซึ่งผลทางกฎหมายของสัญญาหมั้นและสัญญาสินสอดที่ต่างกันทั้งในเรื่องคู่สัญญา ระยะเวลาการมอบทรัพย์สิน และเหตุแห่งการเรียกของหมั้น สินสอดคืนกล่าวโดยสรุปว่าสัญญาสินสอดเป็นสัญญาที่มีลักษณะพิเศษที่มิใช่สัญญาต่างตอบแทนในลักษณะเอกเทศสัญญาทั่วไปและมิใช่สัญญาให้โดยเสน่หาซึ่งเป็นสัญญาไม่ต่างตอบแทน สัญญาสินสอดนี้เป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ด้านหนึ่งคือการโอนทรัพย์สิน และอีกด้านเป็นการตอบแทนที่หญิงยอมสมรส ซึ่งไม่ก่อให้เกิดภาระหน้าที่แก่คู่สัญญาคือบิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครอง ที่รับสินสอดแต่ประการใด สัญญาสินสอดจึงเป็นสัญญาที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษในมาตรา 1437 และบัญญัติผลไว้เป็นพิเศษอยู่แล้วจะนำหลักทั่วไปของสัญญาต่างตอบแทนหรือสัญญาให้โดยเสน่หามาปรับใช้ในเรื่องสัญญาสินสอดไม่ได้ และด้วยสัญญาหมั้นกับสัญญาสินสอดนั้นมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ดังนั้นสัญญาสินสอดจึงไม่ต้องพึ่งพิงการเกิดสัญญาหมั้นขึ้นก่อนแต่อย่างใด แม้สัญญาหมั้นไม่เกิดขึ้นด้วยเหตุจากคู่สัญญาไม่ประสงค์ทำสัญญาหมั้น หรือเหตุจากการไม่ส่งมอบทรัพย์สินในขณะทำสัญญาหมั้น ถึงกระนั้นสัญญาสินสอดก็ย่อมเกิดขึ้นได้ตามข้อตกลงของคู่สัญญา |