|
การใช้สื่อสังคมออนไลน์สะท้อนภาวะซึมเศร้าของผู้ใช้งานวัยรุ่น: รายงานวิจัย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การใช้สื่อสังคมออนไลน์สะท้อนภาวะซึมเศร้าของผู้ใช้งานวัยรุ่น: รายงานวิจัย |
| Creator | กมลมาศ ชาญวิเศษ |
| Contributor | อรรคพล วงศ์กอบลาภ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน |
| Publication Year | 2567 |
| Keyword | สื่อสังคมออนไลน์, ภาวะซึมเศร้า, สุขภาพจิต, การประมวลผลภาษาธรรมชาติ, คอมพิวเตอร์วิทัศน์ |
| Abstract | งานวิจัยเรื่อง “การใช้สื่อสังคมออนไลน์สะท้อนภาวะซึมเศร้าของผู้ใช้งานวัยรุ่น” มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาพฤติกรรมและทัศนคติของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสะท้อนภาวะซึมเศร้าของวัยรุ่น โดยงานวิจัยมุ่งเน้นศึกษาความสัมพันธ์ของชนชั้นทางสังคม (Social class) กับภาวะซึมเศร้าที่สะท้อนบนสื่อสังคมออนไลน์ โครงการวิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) จากผู้เข้าร่วมวิจัยทั้งหมด 18 คน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มชนชั้นล่าง (Lower Class) 5 คน กลุ่มชนชั้นกลาง (Middle Class) 6 คน และกลุ่มชนชั้นสูง (Upper Class) 7 คน จากนั้น โครงการวิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social media data) จากกลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัยเดิม ด้วยปัญญาประดิษฐ์และวิเคราะห์ผลด้วยการประมวลผลภาษาธรรมชาติและคอมพิวเตอร์วิทัศน์จากจำนวนข้อความบน Twitter การใช้ภาษาหรือถ้อยคำ รวมถึงโทนสีของรูปภาพ ผลการศึกษาพบว่า สื่อสังคมออนไลน์ถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับการขอความช่วยเหลือ (Calling for Help) สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าระยะชั่วคราวไปจนถึงระยะปานกลาง (ระยะที่ 1-3) แต่ไม่ถึงขั้นระยะรุนแรงมาก (ระยะที่ 4) เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักขาดผู้รับฟังหรือคนที่ปรึกษาในชีวิตจริง จึงหันมาพึ่งพาหรือร้องขอให้เพื่อนออนไลน์เห็นใจหรือให้กำลังใจ เช่น การโพสต์ข้อความระบายความรู้สึกทุกข์ใจ การโพสต์รูปภาพทำร้ายร่างกายตนเอง ไปจนถึงขั้นรูปภาพการพยายามฆ่าตัวตาย เป็นต้น ผลการศึกษาประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นทางสังคมกับการแสดงออกภาวะซึมเศร้าบนออนไลน์ พบว่า กลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัยชนชั้นล่าง (LC) มีระดับภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงที่สุด (ระยะที่ 4) อันเนื่องมาจากความกดดันทางสังคมและการโดนกดขี่หรือครอบงำของทุนนิยมที่แฝงฝังมาจากปัญหาโครงสร้างทางสังคม อีกทั้งกลุ่มนี้มีการแสดงออกอาการดังกล่าวบนสื่อออนไลน์ชัดเจนและรุนแรงที่สุด เช่น การโพสต์ข้อความตัดพ้อที่รุนแรงเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว การโพสต์รูปภาพการไปพบจิตแพทย์ หรือ การโพสต์รูปภาพขณะกรีดข้อมือ ในขณะที่กลุ่มผู้ร่วมวิจัยชนชั้นกลาง (MC) มีภาวะซึมเศร้าในระยะปานกลาง (ระยะที่ 3) ไปจนถึงระยะรุนแรง (ระยะที่ 4) โดยกลุ่มนี้สะท้อนความหลากหลายและคลุมเครือในการแสดงออกภาวะซึมเศร้าบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ว่าอาจเป็นการสะท้อนรสนิยมส่วนตัว เช่น การแสดงออกอัตลักษณ์ตัวตนเพื่อสะท้อนความ “แปลกแนว” “โดดเด่น” หรือ “อยู่ในกระแส” (In-trends) จากการโพสต์ข้อความปรัชญาชีวิตหรือคำคม ไปจนถึงสามารถสะท้อนการต่อสู้เชิงชนชั้นทางสังคม (Class struggling) ของกลุ่มชนชั้นกลาง และสำหรับกลุ่มผู้ร่วมวิจัยชนชั้นสูง (UC) มีความแตกต่างในการใช้สื่อสังคมออนไลน์จากสองกลุ่มแรกมากที่สุด โดยกลุ่มนี้มีระดับภาวะซึมเศร้าน้อยที่สุด (ระยะที่ 1-2) และไม่ค่อยมีการแสดงออกอาการเศร้าบนสื่อออนไลน์ โดยมองว่าพื้นที่ออนไลน์สามารถเป็นพื้นที่สะสมทุนทางสังคม (Capital) รูปแบบนึง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และสถานะทางสังคมของครอบครัวได้ กล่าวโดยสรุป ภาวะซึมเศร้าไม่ใช่ปัญหาเชิงปัจเจกเท่านั้น แต่ยังคงเป็นปัญหาเชิงสังคมที่มีผลพวงมาจากแบ่งโครงสร้างทางสังคมอย่างไม่เท่าเทียม ดังนั้นชนชั้นผู้ปกครองหรือชนชั้นสูงมักเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบทางสังคมและแสดงออกอาการซึมเศร้าที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มชนชั้นล่างที่โดนกดขี่ กดดัน หรือครอบงำโดยกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ผู้ที่อยู่เหนือกว่าเป็นผู้กำหนด เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จึงมีการแสดงออกอาการต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นอาการเศร้า น้อยใจ ตัดพ้อ ไปจนถึงแสดงออกอาการก้าวร้าว และทำร้ายร่างกายตัวเองและผู้อื่น เนื่องจากต้องการขจัดความรู้สึกกดขี่และกดดันจากอุดมการณ์ของสังคมส่วนใหญ่ และต้องการให้ตัวเองได้รับเกียรติและการยอมรับจากสมาชิกในกลุ่มนั่นเอง |
| Language | TH |
| URL Website | https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:316074 |
| Website title | https://digital.library.tu.ac.th |