Bioactive compounds with an inhibitory activity against osteoclast differentiation and mechanisms
รหัสดีโอไอ
Title Bioactive compounds with an inhibitory activity against osteoclast differentiation and mechanisms
Creator Supatta Chawalitpong
Contributor Tanapat Palaga
Publisher Chulalongkorn University
Publication Year 2560
Keyword Osteoporosis, Osteoclasts, Mitogen-activated protein kinases, กระดูกพรุน, เซลล์สลายกระดูก, ไมโตเจนแอคติเวเต็ดโปรตีนไคเนส
Abstract โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุ สาเหตุหลักของภาวะดังกล่าวเกิดจากความไม่สมดุลของเซลล์ที่ทำหน้าทีสร้างกระดูก (osteoblast) และเซลล์ที่ทำหน้าที่สลายกระดูก (osteoclast) การลดลงของมวลกระดูกในผู้สูงอายุนำมาซึ่งความเสี่ยงในการแตกหักของกระดูก จุดประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ คือ การคัดกรองสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีฤทธิ์ในการต้านการเปลี่ยนสภาพของเซลล์สลายกระดูกและกลไกการออกฤทธิ์ของสารนั้นๆ ในกลุ่มสารทดสอบอนุพันธ์สาร (3S)-1-(3,4-dihydroxyphenyl)-3-hydroxy-7-phenyl-(6E)-6-heptene (DHPH) และ กรดไซเปอเรโนอิก (Cyperenoic acid) ซึ่งสกัดได้จากส่วนเหง้า Curcuma comosa Rox. และราก Croton crassifolius Geiseler. ตามลำดับ มีฤทธิ์แรงในการต้านการเกิดเซลล์สลายกระดูก ในระดับ in vitro ใช้เซลล์จากไขกระดูกที่ถูกกระตุ้นด้วย receptor activator of nuclear factor-κB ligand (RANKL) DHPH มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์สลายกระดูก โดยยับยั้งการเกิด TRAP-positive multinucleated cells (TRAP+ MNCs) ที่ระดับความเข้มข้นยับยั้งกึ่งหนึ่ง (IC50) 325±1.37 นาโนโมลาร์ การยับยั้งดังกล่าวสอดคล้องกับการลดต่ำลงของสัญญาณภายใต้การกระตุ้นของ RANKL โดยรวมถึงวิถี Mitogen-activated protein kinases (MAPKs) เช่น ERK (p44/42) และ p38 แต่ไม่มีผลต่อวิถี NF-κB โดยผลของสารดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อระดับของ transcription factor เช่น nuclear factor of activation T cells (NFATc1) และ c-Fos ซึ่งมีความสำคัญมากในการเปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์สลายกระดูก DHPH ลดการกัดกร่อนกระดูก (bone resorption) บนแผ่นกระดูก (bone slices) นอกจากนั้นสาร DHPH ยังสามารถเพิ่มกิจกรรมของเอนไซม์ alkaline phosphatase (ALP) ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนสภาพของเซลล์สร้างกระดูกในเซลล์ชนิด MC3T3-E1 ในกรณีของกรดไซเปอเรโนอิกนั้น พบว่าสามารถลดการเกิด TRAP+ MNCs ที่ระดับความเข้มข้น IC50 ที่ 36.69±1.02 ไมโครโมลาร์ โดยกรดไซเปอเรโนอิกนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีสัญญาณ MAPKs และ canonical NF-κB  ซึ่งเป็นสัญญาณภายใต้การกระตุ้นโดย RANKL แต่กรดไซเปอเรโนอิกมีผลต่อวิถีสัญญาณ non-canonical NF-κB โดยส่งผลต่อระดับโปรตีนของ p100/p52 และ TRAF3 และกรดไซเปอเรโนอิกมีฤทธิ์ในการลดการแสดงออกของ NFATc1 และ c-Fos และยังส่งผลถึงยีนที่เกี่ยวข้องกับเซลล์สลายกระดูกอาทิ เช่น nfatc1, ctsk และ irf8 อีกด้วย ผลการยับยั้งดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการลดลงของปริมาณการกัดกร่อนกระดูกในแผ่นเนื้อฟัน (Dentin slices) ในการศึกษาฤทธิ์ของสารในระดับ in vivo โดยใช้หนูทดลองสายพันธุ์ Senescence-accelerated mouse prone 6 (SAMP6) พบว่ากรดไซเปอเรโนอิกส่งผลต่อการเพิ่มพื้นที่ของเนื้อกระดูก (bone area) และพื้นที่ของกระดูกชนิด trabecular (trabecular area) ในหนูทดลองสายพันธุ์ SAMP6 โดยพบว่าสารดังกล่าวเพิ่มการแสดงออกของยีน ibsp ซึ่งเป็นยีนที่ประมวลรหัสโปรตีน bone sialoprotein ในขณะที่สารดังกล่าวไม่มีผลต่อยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ได้จากพืชทั้ง DHPH และกรดไซเปอเรโนอิก สารทั้งสองชนิดมีผลในการยับยั้งการเกิดและการทำงานของเซลล์สลายกระดูก ดังนั้นสารทั้งสองชนิดมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาเป็นสารประกอบมุ่งหวังในการรักษาโรคกระดูกพรุน 
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ