การประเมินความเสี่ยงต่อการถูกเครื่องกระตุกหัวใจช็อค โดยอาศัยค่า T-peak to T-end จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจในกลุ่มผู้ป่วยโรคใหลตาย
รหัสดีโอไอ
Title การประเมินความเสี่ยงต่อการถูกเครื่องกระตุกหัวใจช็อค โดยอาศัยค่า T-peak to T-end จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจในกลุ่มผู้ป่วยโรคใหลตาย
Creator ภัทราณี ลีละพัฒนะ
Contributor สมชาย ปรีชาวัฒน์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2560
Keyword ตัวคุมจังหวะหัวใจ, โรคไหลตาย, Cardiac pacemakers, Sudden unexplained death syndrome
Abstract ที่มา: การประเมินความเสี่ยงว่าผู้ป่วยโรคใหลตายลักษณะใดจะเกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะชนิด ventricular tachycardia/ventricular fibrillation; VT/VF มีความสำคัญมาก แต่ปัจจุบันยังทำได้ไม่สมบูรณ์ การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าค่า T-peak to T- end จากบนคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ยาวมีความสัมพันธ์กับการเกิด VT/VF จุดประสงค์: เพื่อศึกษาหาค่า TpTe ลักษณะทางคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และปัจจัยทางคลินิก ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเครื่องกระตุกหัวใจช็อค (appropriate ICD shock) ในผู้ป่วยโรคใหลตาย ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นงานวิจัยแบบย้อนหลังในผู้ป่วยโรคใหลตายที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุกหัวใจ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540-2560 พบว่ามีผู้ป่วยโรคใหลตาย 32 ราย (ชาย 96.9%, อายุเฉลี่ย 37 ± 12.7 ปี) เป็นผู้ที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุกหัวใจเพื่อป้องกันระดับปฐมภูมิ (primary prevention) 3 ราย (9.4%) ได้รับการใส่เครื่องเนื่องจากเคยเป็นลมหมดสติ 12 ราย (37.5%) และได้รับการใส่เครื่องกระตุกหัวใจเนื่องจากเคยหัวใจหยุดเต้น 17 ราย (53.1%) จากนั้นจึงทำการศึกษาข้อมูลอันได้แก่ ลักษณะทางคลินิก ลักษณะทางคลื่นไฟฟ้าหัวใจ รวมถึงค่า T-peak to T- end ที่ได้วัดจาก lead V2 เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการถูกเครื่องกระตุกหัวใจช็อค ผลการศึกษา: เมื่อติดตามไป 7.3 ± 4.9 ปี พบว่ามีเครื่องกระตุกหัวใจช็อค 313 ครั้ง เกิดในผู้ป่วย 13 ราย (40.6%) พบว่าผู้ป่วยที่เคยหัวใจหยุดเต้นจาก VT/VF มีความสัมพันธ์กับการถูกเครื่องกระตุกหัวใจช็อค [odds ratio (OR) = 4.85, confidence interval (CI) = 1.3-18.5, p=0.025] และ ค่า T-peak to T-end จะยาวกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มที่ถูกเครื่องช็อค (108.9 ± 29.2 ms vs. 87.5 ± 16.2 ms; p=0.027) และการมีค่า T-peak to T-end ที่ยาวกว่า 110 มิลลิวินาทีให้ค่า sensitivity 53.8%, specificity 89.5%, positive predictive value 77.8%, และ negative predictive value 73.9% ในการทำนายการเกิดเครื่องกระตุกหัวใจช็อค สรุป: การศึกษานี้พบว่า ค่า T-peak to T-end จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ยาว โดยเฉพาะมากกว่า 110 มิลลิวินาที มีความสัมพันธ์ และให้ค่า specificity ที่สูงต่อการเกิดเครื่องกระตุกหัวใจช็อคในผู้ป่วยใหลตาย
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ