|
พัฒนากระบวนการการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมือง: กรณีศึกษาชุมชนบ้านครัวเหนือ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | พัฒนากระบวนการการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมือง: กรณีศึกษาชุมชนบ้านครัวเหนือ |
| Creator | กิตติกันตพงศ์ ศรีบัวนำ |
| Contributor | วีรฉัตร์ สุปัญโญ, กุลธิดา จันทร์เจริญ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | การศึกษานอกระบบโรงเรียน, Non-formal education |
| Abstract | การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สังเคราะห์ตัวบ่งชี้การอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมือง 2) ศึกษาระดับความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมือง 3) พัฒนากระบวนการการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมือง และ 4) นำเสนอแนวปฏิบัติในการสร้างความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนด้วยกระบวนการการศึกษานอกระบบโรงเรียน เป็นการวิจัยผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยในเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง กรุงเทพมหานคร จำนวน 5,807 คน และผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านครัวเหนือ แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน โดยใช้การสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คิอ แบบสอบถามและแบบวัดความตระหนักรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance) และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) ในเชิงคุณภาพการดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 1) การศึกษาเอกสาร 2) การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก และ 3) การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้การตรวจสอบแบบสามเส้า (Triangulation) พื้นที่ชุมชนที่ศึกษา ได้แก่ ชุมชนบ้านครัวเหนือ แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ตัวบ่งชี้การอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมืองประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก 8 องค์ประกอบย่อย และ 50 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ องค์ประกอบหลักด้านกาย มี 3 องค์ประกอบย่อย 16 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การเสียสละ 6 ตัวบ่งชี้ การเคารพกติกาสังคม 5 ตัวบ่งชี้ และการยอมรับซึ่งกันและกัน 5 ตัวบ่งชี้ องค์ประกอบหลักด้านวาจา มี 2 องค์ประกอบย่อย 11 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การพูดถูกกาลเทศะ 5 ตัวบ่งชี้ และการพูดสร้างสรรค์ 6 ตัวบ่งชี้ องค์ประกอบหลักด้านใจ มี 3 องค์ประกอบย่อย 23 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การทัศนคติที่ดีต่อความแตกต่างระหว่างของบุคคล จำนวน 7 ตัวบ่งชี้ การปรารถนาดีต่อผู้อื่น 8 ตัวบ่งชี้ และการรักษาความดีของตัวเอง จำนวน 8 ตัวบ่งชี้ 2. ผลการวิเคราะห์ระดับความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมือง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความตระหนักรู้ทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยมีระดับความตระหนักรู้ด้านวาจาสูงที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.45 รองลงมา คือ ด้านกาย และด้านใจ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.31 และ 4.15 ตามลำดับ 3. กระบวนการการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมือง ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) รับรู้ปัญหา 2) วางแผนแก้ไข 3) ลงมือปฏิบัติ 4) สรุปผล และ 5) สะท้อนคิดทบทวน 4. แนวปฏิบัติในการสร้างความตระหนักรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในชุมชนเมืองด้วยกระบวนการการศึกษานอกระบบโรงเรียน ประกอบด้วย 8 ข้อ หรือหลัก 8ร ได้แก่ 1) “ร่วม” (Participation) การมีส่วนร่วมในการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันสร้าง 2) “ร่าเริง” (Happiness) ร่วมกิจกรรมด้วยความเต็มใจ และมีความสุขที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม 3) “เรียน” (Learning) เรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้ผู้อื่น เรียนรู้ชุมชน ตลอดจนการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม 4) “รักษ์” (Conservation) รักและปรารถนาดีต่อกัน รักและดูแลคนในชุมชน รักษาประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชนให้คงอยู่สืบไป 5) “ริเริ่ม” (Creative) มีความคิดริเริ่มในการสร้างสรรค์กิจกรรม รู้จักแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้าและยั่งยืน 6) “รวม” (Coordination) ประสานความร่วมมือ และมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 7) “รับ”(Acceptation) ยอมรับและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น และ 8) “รู้” (Knowledge) รู้บทบาทและหน้าที่ของตัวเองรู้ประเพณี กฎหมาย และรู้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |