|
แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กภายใต้ความคิดครอบครัวนิเวศ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กภายใต้ความคิดครอบครัวนิเวศ |
| Creator | พัฒนาพร ไทยพิบูลย์ |
| Contributor | จรูญศรี มาดิลกโกวิท, จิตตินันท์ เดชะคุปต์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | ครอบครัว, บิดามารดาและบุตร, ความสัมพันธ์ในครอบครัว, Families, Parent and child, Domestic relations |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลาง และวิเคราะห์ปัจจัยและเงื่อนไข ตามความคิดครอบครัวนิเวศเพื่อการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กในครอบครัวแหว่งกลาง รวมทั้งนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางเพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กภายใต้ความคิดครอบครัวนิเวศ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธี (Mixed Methods) โดยวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครอบครัวแหว่งกลาง 109 ครอบครัว ในตำบลโบสถ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา และตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม 2 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าสหสัมพันธ์ สำหรับวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมกับครอบครัวแหว่งกลาง 109 ครอบครัว และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกรณีศึกษาครอบครัวแหว่งกลาง 9 ครอบครัว รวมทั้ง ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับครอบครัวแหว่งกลางในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดราชบุรี 40 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ 3 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยการจัดหมวดหมู่ การเปรียบเทียบและการสรุปแบบอุปนัย เก็บข้อมูลระหว่างเมษายน – กรกฎาคม 2559 ผลการวิจัยพบว่า 1. ครอบครัวแหว่งกลางมีความรู้เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กในระดับปานกลาง ทั้งด้านการเป็นพ่อแม่ ด้านการดูแลตัวเองของปู่/ย่า/ตา/ยาย ด้านการจัดการทรัพยากรครอบครัว และด้านกฎหมาย แม้ครอบครัวแหว่งกลางจะยังขาดความรู้ด้านกฎหมาย และด้านการจัดการทรัพยากรครอบครัว แต่ครอบครัวกลับมีความต้องการอย่างมากที่จะเรียนรู้ในด้านการเป็น พ่อแม่ และด้านการดูแลตัวเองของปู่/ย่า/ตา/ยาย ส่วนผู้ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้สำหรับครอบครัวแหว่งกลางที่สำคัญที่สุด ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โทรทัศน์ วิทยุ และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อย่างไรก็ตาม พบว่า อบต. เป็นผู้จัดการความรู้ที่ยังมีช่องว่างมากที่สุดระหว่างความต้องการของครอบครัวแหว่งกลางและบทบาทในการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบัน วิธีการจัดการเรียนรู้สำหรับครอบครัวแหว่งกลางที่สำคัญที่สุด คือ การไปรับข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยบริการทางสังคมในชุมชน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อบต. และพบว่า วิธีจัดการเรียนรู้สำหรับครอบครัวแหว่งกลางที่มีช่องว่างมากที่สุด 3 วิธี ได้แก่ (1) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างไม่เป็นทางการในเครือญาติและชุมชน (2) สื่อในชุมชน หอกระจายข่าวและวิทยุชุมชน และ (3) สื่อออนไลน์ เช่น สมาร์ทโฟน อินเตอร์เน็ตตำบล สำหรับปัญหาในการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลางเพื่อการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็ก จำแนกได้เป็น 6 ประเด็น ได้แก่ (1) ลักษณะครอบครัวแหว่งกลาง (2) สุขภาพของปู่ ย่า ตา ยายในครอบครัวแหว่งกลาง (3) เศรษฐกิจของครอบครัวแหว่งกลาง (4) ความสัมพันธ์ในระบบครอบครัวนิเวศของครอบครัวแหว่งกลาง (5) สังคมวัฒนธรรม เทคโนโลยีและสื่อ และ (6) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวแหว่งกลาง 2. ปัจจัยในการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กในครอบครัวแหว่งกลางครอบคลุม (1) รายได้รวมของครอบครัว (2) การอยู่ร่วมกันของพ่อแม่ (3) ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวแหว่งกลาง (4) ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับชุมชน (5) ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวแหว่งกลางกับชุมชน และ (6) ความอยู่ดีมีสุขของปู่ ย่า ตา ยาย ส่วนเงื่อนไขในการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กในครอบครัวแหว่งกลางครอบคลุม (1) ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวแหว่งกลาง (2) ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวแหว่งกลางกับชุมชน และ (3) การสนับสนุนทางสังคมสำหรับครอบครัวแหว่งกลาง 3. แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ของครอบครัวแหว่งกลาง ประกอบด้วย 25 แนวทาง ซึ่งมุ่งให้ทุกครอบครัวสามารถทำหน้าที่ส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของเด็กในครอบครัวแหว่งกลางได้อย่างเต็มศักยภาพตามสภาพของแต่ละครอบครัวแหว่งกลาง ได้แก่ ครอบครัวแหว่งกลางที่อยู่ในภาวะยากลำบาก ครอบครัวแหว่งกลางที่ขาดความพร้อมบางด้าน และครอบครัวแหว่งกลางที่มีความพร้อม ทั้งนี้ สามารถจำแนก 25 แนวทางดังกล่าวเป็น 6 กลุ่ม ตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ของหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |