|
การตรวจหาเชื้อวัณโรคและจุลินทรีย์ในอากาศในแผนกที่มีความเสี่ยงสูงของสถานพยาบาลในภาคกลางของประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การตรวจหาเชื้อวัณโรคและจุลินทรีย์ในอากาศในแผนกที่มีความเสี่ยงสูงของสถานพยาบาลในภาคกลางของประเทศไทย |
| Creator | จามรี สอนบุตร |
| Contributor | วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี, สมหญิง ธัมวาสร, สุรัตน์ บัวเลิศ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2559 |
| Keyword | วัณโรค, การตรวจคัดโรค, Tuberculosis, Medical screening |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาเชื้อวัณโรคและจุลินทรีย์ (แบคทีเรียและเชื้อรา) ในอากาศ และการพิจารณาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในพื้นที่เสี่ยงของสถานพยาบาล 7 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงในภาคกลางของประเทศไทย การตรวจหาเชื้อวัณโรคในอากาศใช้เทคนิคการการเก็บจุลชีพในอากาศด้วยวิธีการดักด้วยของเหลวในอิมพิงเจอร์ (liquid impinger method) และตรวจหาเชื้อวัณโรคด้วยวิธี quantitative real-time polymerase chain reaction (real-time qPCR) ส่วนการตรวจหาจำนวนแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศใช้เครื่อง the six-stage viable Andersen cascade impactor และนับจำนวนด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยง ผลการศึกษาพบเชื้อวัณโรคในอากาศคิดเป็นร้อยละ 3 (3/99 บริเวณ) โดยพบที่ห้องเก็บเสมหะ 2 บริเวณ และห้องผู้ป่วยสำหรับผู้ป่วย 1 บริเวณ ตัวแปรที่มีความแตกต่างกันระหว่างสถานที่ตรวจพบและไม่พบเชื้อวัณโรคในอากาศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ อัตราการหมุนเวียนอากาศต่ำ ปริมาณความชื้นสัมพัทธ์สูง และจำนวนครั้งการไอที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลต่อวันของผู้มารับบริการ ส่วนแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศ พบว่าตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับจำนวนแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศ (รวมทุกขนาด) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ อัตราการหมุนเวียนอากาศต่ำ (ชั่วโมง-1) ปริมาณความชื้นสัมพัทธ์สูง (%) แผนกฉุกเฉิน และระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์ สรุปผลการวิจัยครั้งนี้สนับสนุนว่าการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมอาจเป็นตัวบ่งชี้เบื้องต้นของความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อวัณโรคในบุคลากรทางการแพทย์ และแสดงให้เห็นว่าการป้องกันและควบคุมแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศในสถานพยาบาลยังคงเป็นปัญหาที่ควรได้รับการพิจารณาปรับปรุงแก้ไข |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |