|
ประสิทธิภาพของการประมาณค่าพารามิเตอร์และดัชนีวัดความสอดคล้องเชิงประจักษ์ในการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันภายใต้โมเดลระบุผิดพลาดและตัวแปรสังเกตได้มีการแจกแจงไม่ปกติ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ประสิทธิภาพของการประมาณค่าพารามิเตอร์และดัชนีวัดความสอดคล้องเชิงประจักษ์ในการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันภายใต้โมเดลระบุผิดพลาดและตัวแปรสังเกตได้มีการแจกแจงไม่ปกติ |
| Creator | กันตินันท์ นันทนาดิศัย |
| Contributor | สิวะโชติ ศรีสุทธิยากร |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2559 |
| Keyword | การแจกแจง (ทฤษฎีความน่าจะเป็น), การประมาณค่าพารามิเตอร์, Distribution (Probability theory), Parameter estimation |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ และประสิทธิภาพของดัชนีวัดความสอดคล้องเชิงประจักษ์ในโมเดลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีการระบุโมเดลผิดพลาด และมีการระบุโมเดลผิดพลาด และตัวแปรสังเกตได้มีการแจกแจงไม่ปกติ ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้จากการจำลองด้วยเทคนิคมอนติคาร์โล ภายใต้ 576 เงื่อนไขการจำลองจาก 5 ปัจจัย ประกอบด้วย (1) ประเภทของพารามิเตอร์ที่ระบุผิดพลาด 3 ประเภท ได้แก่ พารามิเตอร์ความแปรปรวนร่วมระหว่างตัวแปรแฝง พารามิเตอร์น้ำหนักองค์ประกอบ และพารามิเตอร์ความแปรปรวนร่วมระหว่างความคลาดเคลื่อน (2) ระดับของการระบุโมเดลผิดพลาด 4 ระดับ ได้แก่ ระบุไม่ผิดพลาด (RMSEA=.000) ระดับน้อย (RMSEA=.002) ปานกลาง (RMSEA=.004) และมาก (RMSEA=.006) (3) รูปทรงการแจกแจงของตัวแปรสังเกตได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ แบนราบกว่าปกติน้อย (ku=-1) โด่งกว่าปกติน้อย (ku=1) และโด่งกว่าปกติมาก (ku=2) (4) ขนาดตัวอย่าง 4 ระดับ ได้แก่ 200, 400, 600 และ800 (5) วิธีการประมาณค่าพารามิเตอร์ 4 วิธี ได้แก่ วิธีภาวะความควรจะเป็นสูงสุด (ML) วิธีภาวะความควรจะเป็นสูงสุดที่มีความแกร่ง (RML) วิธีกำลังสองน้อยสุดทั่วไป (GLS) และวิธีกำลังสองน้อยสุดถ่วงน้ำหนัก (WLS) โดยแต่ละเงี่อนไขการจำลองจะทำซ้ำ 1000 รอบ โดยใช้ค่าความไว (sensitivity) ค่าความเอนเอียงสัมพัทธ์ (relative bias: RB) สัมประสิทธิ์การแปรผัน (coefficient of variation : CV) ความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 (Type I error) และอำนาจการทดสอบสมมติฐาน (power of the test) เป็นเกณฑ์การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีการประมาณค่าพารามิเตอร์ และประสิทธิภาพของดัชนีวัดความสอดคล้องเชิงประจักษ์ ผลการวิจัยพบว่า (1) วิธี ML และ RML มีประสิทธิภาพด้านความเอนเอียงสัมพัทธ์ดีที่สุด และมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน แต่วิธี RML จะมีประสิทธิภาพด้านสัมประสิทธิ์การแปรผันดีกว่าวิธี ML GLS และ WLS ทั้งในกรณีที่ไม่มีการระบุโมเดลผิดพลาด โดยที่ปัจจัยระดับของการระบุโมเดลผิดพลาดส่งผลต่อความเอนเอียงสัมพัทธ์มากที่สุด และปัจจัยประเภทของพารามิเตอร์ส่งผลต่อสัมประสิทธิ์การแปรผันมากที่สุด (2) ดัชนี p-value, CFI, GAMMA, MC, RMSEA เเละ TLI เป็นดัชนีที่มีความไวต่อการระบุโมเดลผิดพลาดระดับมาก และมีความไวต่อปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆในระดับน้อยถึงปานกลาง โดยในกรณีที่ไม่มีการระบุโมเดลผิดพลาด ดัชนี GAMMA ที่ได้จากทุกวิธีประมาณค่า สามารถควบคุมการเกิดความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ทุกกรณี และกรณีที่โมเดลระบุผิดพลาด ดัชนี p-value ที่ได้จากวิธี ML และ RML ดัชนี CFI เเละ TLI ที่ได้จากวิธี GLS และ WLS มีอำนาจการทดสอบสูงกว่าร้อยละ 80 มากกรณีกว่าดัชนีอื่นๆ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |