การเสริมโคลีน กรดโฟลิค และวิตามินบี 12 ในไก่ไข่ ต่อสมรรถภาพการผลิต คุณภาพไข่ และระดับฟอสฟาทิดิลโคลีนในไข่
รหัสดีโอไอ
Title การเสริมโคลีน กรดโฟลิค และวิตามินบี 12 ในไก่ไข่ ต่อสมรรถภาพการผลิต คุณภาพไข่ และระดับฟอสฟาทิดิลโคลีนในไข่
Creator ณัฏฐนันท์ จนิษฐ
Contributor สุวรรณา กิจภากรณ์, ไพรัตน์ ศรีชนะ, ทนง อัศวกาญจน์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2558
Keyword ไก่ไข่, ไข่ -- การผลิต, ไข่ -- คุณภาพ, เลซิติน, Chickens, Eggs -- Production, Eggs -- Quality, Lecithin
Abstract การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมโคลีน กรดโฟลิค และวิตามินบี 12 ในอาหารไก่ไข่ต่อสมรรถภาพการผลิต คุณภาพไข่ ความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลโคลีน และฟอสฟาทิดิลเอทาโนลามีนในไข่แดง โดยแบ่งออกเป็น 2 การทดลอง การทดลองที่ 1 ใช้ไก่ไข่พันธุ์ ISA brown อายุ 44 สัปดาห์ จำนวน 840 ตัว ทำการสุ่มไก่แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มๆ ละ 6 ซ้ำๆ ละ 28 ตัว ไก่แต่ละกลุ่มจะได้รับอาหารทดลองหนึ่งชนิดจาก 5 ชนิดเป็นเวลา 6 สัปดาห์ อาหารทดลองประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 อาหารพื้นฐานที่มีโคลีนตามคำแนะนำของสายพันธุ์ และกลุ่มที่ 2-5 เป็นอาหารพื้นฐานเสริมด้วยโคลีนระดับ 1,000 1,500 2,000 และ 2,500 มก./กก.อาหาร ตามลำดับ การทดลองที่ 2 ใช้ไก่ไข่พันธุ์ ISA brown อายุ 72 สัปดาห์ จำนวน 288 ตัว แบ่งออกเป็น 9 กลุ่มๆ ละ 4 ซ้ำๆ ละ 8 ตัว ไก่แต่ละกลุ่มจะได้รับอาหารทดลองหนึ่งชนิดจาก 9 ชนิดเป็นเวลา 8 สัปดาห์ อาหารทดลองประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 อาหารพื้นฐานที่เสริมโคลีนในระดับที่ให้ความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลโคลีนในไข่แดงมีค่าสูงที่สุดจากการทดลองที่ 1 และกลุ่มที่ 2-9 อาหารพื้นฐานร่วมกับการเสริมกรดโฟลิค และวิตามินบี 12 ที่ระดับ 0×0.02 0×0.04 4×0 4×0.02 4×0.04 8×0 8×0.02 และ 8×0.04 มก./กก.อาหาร ตามลำดับ ทั้ง 2 การทดลองทำการเก็บข้อมูลสมรรถภาพการผลิตตลอดการทดลอง ขณะที่คุณภาพไข่ ความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลโคลีน และฟอสฟาทิดิลเอทาโนลามีนในไข่ ประเมิน และวิเคราะห์เมื่อสิ้นสุดการทดลอง การเสริมโคลีนทุกระดับในการทดลองที่ 1 และการเสริมโฟลิค หรือวิตามิน บี 12 รวมทั้งการเสริมวิตามินทั้ง 2 ตัวร่วมกันทุกระดับในการทดลองที่ 2 ไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพการผลิตในทุกด้าน ได้แก่น้ำหนักไก่ที่เปลี่ยนแปลง อัตราการตาย ผลผลิตไข่ น้ำหนักไข่ มวลไข่ ปริมาณอาหารที่กิน อัตราการเปลี่ยนอาหาร และต้นทุนค่าอาหารต่อการผลิตไข่ 1 กิโลกรัม (P>0.05) และไม่ส่งผลต่อคุณภาพไข่ที่ตรวจวัด ได้แก่ค่าฮอกยูนิต สีไข่แดง น้ำหนักไข่แดง น้ำหนักไข่ขาว และน้ำหนักเปลือกไข่ (P>0.05) การเสริมโคลีนที่ระดับ 1,500 มก./กก.อาหาร ทำให้ความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลโคลีนในไข่แดงเพิ่มสูงที่สุด (P<0.0001) และทำให้ความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลเอทาโนลามีนลดลงต่ำสุด (P<0.0001) ในขณะที่การเสริมในระดับสูงขึ้น (2,000-2,500 มก./กก.อาหาร) ไม่สามารถเพิ่มและลดความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลโคลีนและฟอสฟาทิดิลเอทาโนลามีนในไข่แดงได้อีก (P>0.05) ส่วนการเสริมกรดโฟลิค หรือวิตามินบี 12 และการเสริมวิตามินทั้ง 2 ตัวร่วมกันไม่สามารถเพิ่มความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลโคลีน หรือลดความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลเอทาโนลามีนในไข่แดงในอาหารที่เสริมโคลีน 1,500 มก./กก. ได้ (P>0.05) ผลการทดลองสรุปได้ว่า การเสริมโคลีนในอาหารที่ระดับ 1,500 มก./กก. ทำให้ความเข้มข้นของฟอสฟาทิดิลโคลีนเพิ่มขึ้นสูงสุด และทำให้ฟอสฟาทิดิลเอทาโนลามีนลดต่ำที่สุด การเสริมกรดโฟลิค หรือวิตามินบี 12 และทั้ง 2 อย่างร่วมกันในอาหารที่เสริมโคลีนสูง 1,500 มก./กก.อาหาร ไม่สามารถเพิ่มปริมาณฟอสฟาทิดิลโคลีนได้อีก รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อสมรรถภาพการผลิตและคุณภาพไข่
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ