|
การผลิตไซโลออลิโกแซ็กคาไรด์จากวัชพืชโดยใช้ไซแลเนสจาก Aureobasidium pullulans |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การผลิตไซโลออลิโกแซ็กคาไรด์จากวัชพืชโดยใช้ไซแลเนสจาก Aureobasidium pullulans |
| Creator | ธนัชชา ผาติพงศ์ |
| Contributor | สีหนาท ประสงค์สุข, พงศ์ธาริน โล่ห์ตระกูล, ภาณุวัฒน์ ผดุงรส |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2558 |
| Keyword | ไซแลนเนส, ชีวมวลพืช, Xylanases, Plant biomass |
| Abstract | เมื่อคัดกรอง Aureobasidium pullulans จำนวน 30 สายพันธุ์ ในอาหารสูตร production medium ที่มีซังข้าวโพด 1% (w/v) เป็นแหล่งคาร์บอน เพื่อหาสายพันธุ์ที่สร้างเอนไซม์ไซแลเนสที่ทำงานได้ดีที่ค่าความเป็นกรดด่าง 7 และอุณหภูมิห้อง (28±2 องศาเซลเซียส) พบว่า A. pullulans AP 46 สามารถผลิตเอนไซม์ไซแลเนสได้สูงสุดที่ 2.70±0.11 ยูนิตต่อมิลลิลิตร และเอนไซม์นี้มีความเสถียรสูงที่ภาวะดังกล่าว โดยมีแอคติวิตีคงเหลือประมาณ 60% หลังจากเก็บเป็นเวลา 4 วัน เมื่อหาภาวะที่เหมาะสมต่อการผลิตเอนไซม์ไซแลเนสจาก A. pullulans AP 46 พบว่าสายพันธุ์ดังกล่าวสามารถผลิตไซแลเนสได้สูงสุดเท่ากับ 5.19±0.08 ยูนิตต่อมิลลิลิตร เมื่อเลี้ยงในอาหารสูตร production medium ที่มีฟางข้าวเข้มข้น 3.89% (w/v) เป็นแหล่งคาร์บอน และมีโซเดียมไนเตรตเข้มข้น 0.75% (w/v) เป็นแหล่งไนโตรเจน โดยปรับค่าความเป็นกรดด่างของอาหารเป็น 5.5 และเลี้ยงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง จากนั้นนำเอนไซม์ไซแลเนสหยาบที่ผลิตได้มาย่อยไซแลนที่สกัดจากชีวมวลของพืชโตเร็วและวัชพืช ได้แก่ หญ้าคา หญ้าเนเปียร์ หญ้าแฝก และผักตบชวา เพื่อผลิตไซโลออลิโกแซ็กคาไรด์ จากการสกัดไซแลน พบว่าสามารถสกัดไซแลนจากหญ้าเนเปียร์ได้ในปริมาณสูงสุดเท่ากับ 28.33±3.33% (w/w) และพบว่าไซแลนที่สกัดได้จากพืชทุกชนิดประกอบด้วยพอลิเมอร์ที่มีมวลโมเลกุลสูงเป็นส่วนใหญ่ เมื่อย่อยไซแลนจากพืชชนิดต่างๆ ที่ค่าความเป็นกรดด่าง 7 และอุณหภูมิห้อง พบว่า การย่อยไซแลนที่สกัดได้จากหญ้าคาและหญ้าแฝก ให้ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์สูงสุดและไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และการย่อยไซแลนที่สกัดได้จากหญ้าแฝกให้ปริมาณโดยรวมของไซโลไบโอสและไซโลไตรโอสสูงสุด ดังนั้น จึงหาภาวะที่เหมาะสมในการผลิตไซโลออลิโกแซ็กคาไรด์ โดยใช้ไซแลนที่สกัดจากหญ้าแฝกเป็นสารตั้งต้น พบว่า เมื่อใช้ปริมาณเอนไซม์เท่ากับ 27.94 ยูนิตต่อกรัมไซแลน และใช้เวลาในการย่อยเท่ากับ 92 ชั่วโมง 19 นาที จะทำให้ได้ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์สูงสุดที่ 23.65±1.34 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิกรัมไซแลน เมื่อนำไซโลออลิโกแซ็กคาไรด์ที่ผลิตได้มาทำให้บริสุทธิ์บางส่วน และนำไปทดสอบสมบัติการเป็นพรีไบโอติก พบว่าสามารถกระตุ้นการเติบโตของ Lactobacillus brevis และ Lactobacillus casei ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลูโคส |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |