|
ผลของตัวทำละลายและอุณหภูมิที่มีต่อการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างแอลฟาแมงโกสตินและเบต้าไซโคลเด็กซ์ทริน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลของตัวทำละลายและอุณหภูมิที่มีต่อการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างแอลฟาแมงโกสตินและเบต้าไซโคลเด็กซ์ทริน |
| Creator | พิชญ์ธิดา จิตตมาโร |
| Contributor | อภินันท์ สุทธิธารธวัช, อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2558 |
| Keyword | สารประกอบเชิงซ้อน, ไซโคลเดกซตริน, Complex compounds, Cyclodextrins |
| Abstract | แอลฟาแมงโกสตินเป็นสารที่มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งการต้านอนุมูลอิสระ การลดการอักเสบ และการต้านเชื้อแบคทีเรีย ด้วยเหตุนี้สารแอลฟาแมงโกสตินจึงเป็นประโยชน์ในการนำมาพัฒนาทางด้านยาในอนาคต โดยงานวิจัยนี้จะนำสารแอลฟาแมงโกสตินมาเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับเบต้าไซโคลเด็กซ์ทรินเพื่อเพิ่มความสามารถในการละลายและรักษาความเสถียรภาพของสาร อย่างไรก็ตามการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างแอลฟาแมงโกสตินและเบต้าไซโคลเด็กซ์ทรินเกิดได้ยาก เนื่องจากแอลฟาแมงโกสตินมีคุณสมบัติเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องและมีค่าการละลายน้ำต่ำ ในงานวิจัยนี้ได้ใช้การจำลองโมเลกุลเชิงพลวัตเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการเกิดสารประกอบเชิงซ้อน พบว่าสามารถการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างแอลฟาแมงโกสตินและเบต้าไซโคลเด็กซ์ทรินได้ จากนั้นจึงได้ศึกษาผลของเวลา ตัวทำละลายและอุณหภูมิที่มีต่อการเกิดสารประกอบเชิงซ้อน ผลการทดลองพบว่าอัตราส่วนของเบต้าไซโคลเด็กซ์ทรินต่อแอลฟาแมงโกสตินในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนแบบไบนารีเป็น 1:1 โดยสารประกอบเชิงซ้อนในน้ำพบแบบไบนารี ในขณะที่สารประกอบเชิงซ้อนในสารละลายแอลกอฮอล์พบทั้งแบบไบนารีและเทอร์นารี ซึ่งในการวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบเชิงซ้อนทั้งสองแบบต้องใช้สมการทางคณิตศาสตร์ จากผลการทดลองพบว่าเวลาที่เกิดภาวะสมดุลของการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนคือ 48 ชั่วโมง และอุณหภูมิในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนที่เหมาะสมในสารละลายเอทานอล คือ 45 องศาเซลเซียส จากการศึกษายังพบอีกว่าการเติมเบต้าไซโคลเด็กซ์ทรินส่งผลต่อการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนในปริมาณที่มากขึ้น และการเติมแอลกอฮอล์ส่งผลให้การเกิดสารประกอบเชิงซ้อนแบบไบนารีลดลง ในขณะที่การเกิดสารประกอบเชิงซ้อนแบบเทอร์นารีเพิ่มขึ้นตามการเติมแอลกอฮอล์ โดยที่ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์สูงกว่า 10% สารละลายโพรพานอลและไอโซโพรพานอลสามารถเกิดสารประกอบเชิงซ้อนแบบเทอร์นารีได้ดีกว่า แตกต่างกับสารละลายเมทานอลและเอทานอลที่สามารถเกิดสารประกอบเชิงซ้อนแบบไบนารีได้ดีกว่าโพรพานอลและไอโซโพรพานอล |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |