|
ผลของโรคไตเรื้อรังในหนูเมาซ์ต่อเอนไซม์ CYP3A ในตับ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลของโรคไตเรื้อรังในหนูเมาซ์ต่อเอนไซม์ CYP3A ในตับ |
| Creator | พัชรินทร์ จิตติศักดิ์ |
| Contributor | ปาจรีย์ จริยวิลาศกุล, ปิยนุช วงศ์อนันต์, อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2558 |
| Keyword | ไตวายเรื้อรัง, ไซโตโครมพี-450, ตับ, การเผาผลาญ, Chronic renal failure, Cytochrome P-450, Liver, Metabolism |
| Abstract | โรคไตเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มักประสบปัญหาด้านการใช้ยา อาจเพราะโรคไตเรื้อรังไปรบกวนการทำงานของเอนไซม์ไซโตโครมพี 450 โดยเฉพาะเอนไซม์ CYP3A ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเภสัชจลนศาสตร์ที่สำคัญของยา การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโรคไตเรื้อรังในหนูเมาซ์ที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เกิดโรคไตเรื้อรังต่อการทำงานของเอนไซม์ CYP3A และการแสดงออกของยีน CYP3A11 โดยแบ่งหนูเมาซ์ออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่ม 2 สัปดาห์ และกลุ่ม 4 สัปดาห์ ทำการเหนี่ยวนำให้เกิดโรคไตเรื้อรังด้วยโมเดล ischemic reperfusion โดยเริ่มจากการผูกไตข้างซ้ายเป็นเวลา 50 นาที และ 7 วันต่อมาตัดไตข้างขวาออก หลังจากนั้นที่เวลา 2 และ 4 สัปดาห์จะทำการการุณยฆาตเพื่อเก็บเลือดมาตรวจวัดระดับ serum creatinine และเก็บเนื้อตับเพื่อดูการทำงานของเอนไซม์ CYP3A ด้วยเทคนิค HPLC โดยเลือกใช้ testosterone และ midazolam เป็นซับสเตรต และศึกษาการแสดงออกของยีน CYP3A11 ด้วยเทคนิค quantitative real time RT-RCR ผลที่ได้พบว่าระดับ serum creatinine ของหนูเมาซ์ที่ได้รับการเหนี่ยวนำเกิดไตเรื้อรังที่ 2 และ 4 สัปดาห์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (0.816 ± 0.10 mg/dL ต่อ 0.359 ± 0.05 mg/dL ที่ p < 0.01, 0.478 ± 0.03 ต่อ 0.295 ± 0.03 mg/dL ที่ p < 0.01 ตามลำดับ) และพบว่าเมื่อใช้ testosterone เป็นซับสเตรท การทำงานของเอนไซม์ CYP3A ในตับหนูเมาซ์ที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เกิดโรคไตเรื้อรังที่ 2 สัปดาห์ลดลง 50.60% และกลุ่ม 4 สัปดาห์ลดลง 54.96% (p < 0.05 และ p < 0.01 ตามลำดับเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม) และเมื่อใช้ midazolam เป็นซับสเตรต พบว่าการทำงานของเอนไซม์ CYP3A ในตับหนูเมาซ์ที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เกิดโรคไตเรื้อรังที่ 2 สัปดาห์ลดลง 66.48% และกลุ่ม 4 สัปดาห์ลดลง 46.51% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p < 0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าหนูกลุ่มที่เหนี่ยวนำให้เกิดโรคไตเรื้อรังที่ 2 และ 4 สัปดาห์ มีการแสดงออกของยีน CYP3A11 ลดลง 97.53% และ 82.65% ตามลำดับเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p < 0.05) สรุปได้ว่าภาวะโรคไตเรื้อรังในหนูเมาซ์ส่งผลให้การทำงานของเอนไซม์ CYP3A และการแสดงออกของยีน CYP3A11 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ทำให้ทราบความเป็นไปได้เบื้องต้นของกระบวนการเมแทบอลิซึมของยาที่เป็นซับสเตรตของเอนไซม์ CYP3A ในภาวะโรคไตเรื้อรัง และเป็นแนวทางในการศึกษาทางด้านเภสัชจลนศาสตร์ของยาที่เป็นซับสเตรตของเอนไซม์ CYP3A ในหนูเมาซ์โรคไตเรื้อรังต่อไป |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |