การเปรียบเทียบคุณภาพของดัชนีตรวจจับการลอกคำตอบที่อยู่บนพื้นฐานแนวคิดทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ
รหัสดีโอไอ
Title การเปรียบเทียบคุณภาพของดัชนีตรวจจับการลอกคำตอบที่อยู่บนพื้นฐานแนวคิดทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ
Creator อาภาพรรณ ประทุมไทย
Contributor ศิริชัย กาญจนวาสี, ชูศักดิ์ ขัมภลิขิต
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2558
Keyword การสอบ, การทุจริต (การศึกษา), Examinations, Cheating (Education)
Abstract การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบคุณภาพของดัชนีตรวจจับการลอกคำตอบ ซึ่งได้แก่ อำนาจการตรวจจับการลอกคำตอบ และอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ระหว่างดัชนี ω และ GBT โดยดำเนินการวิจัยด้วยวิธีวิจัยเชิงทดลอง ที่ใช้แนวทางการศึกษา 2 แนวทาง คือ 1) การจำลองสถานการณ์ ด้วยการจำลองชุดข้อมูลการตอบของผู้สอบขึ้นจากโปรแกรม WinGen และ 2) การใช้ข้อมูลจริง ด้วยการนำชุดข้อมูลการตอบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากการทดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2555 จำนวน 10,000 คน มาจัดกระทำข้อมูลภายใต้เงื่อนไขตัวแปรต้นที่แตกต่างกัน 4 ตัวแปร ได้แก่ ความยาวของแบบสอบ (25, 75 ข้อ) จำนวนผู้สอบ (500, 1000, 2000 คน) ร้อยละของจำนวนข้อสอบที่ถูกลอก (ร้อยละ 10, 50, 90) และประเภทโมเดลในการประมาณค่าความน่าจะเป็น (โมเดล NRM, MCM) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกม MULTILOG, R และ SPSS ผลการวิจัยพบว่า 1. เมื่อทำการศึกษาด้วยการจำลองสถานการณ์ ทั้งดัชนี ω และ GBT สามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในทุกระดับนัยสำคัญที่กำหนด (.001, .01, .05) ในทุกสถานการณ์เงื่อนไขที่ศึกษา โดยที่ดัชนี GBT สามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีกว่าในสถานการณ์ส่วนใหญ่ สำหรับอำนาจการตรวจจับการลอกคำตอบ พบว่า ดัชนี ω และ GBT สามารถตรวจจับการลอกคำตอบได้ มีค่าอำนาจการตรวจจับที่ดีในทุกสถานการณ์เงื่อนไขที่ศึกษาที่ระดับนัยสำคัญ .01 และ .05 โดยที่ส่วนใหญ่ดัชนี ω มีค่าอำนาจการตรวจจับสูงกว่าดัชนี GBT และตัวแปรที่มีอิทธิพลต่ออำนาจการตรวจจับการลอกคำตอบของทั้งสองดัชนี คือ ความยาวของแบบสอบ ร้อยละของจำนวนข้อสอบที่ถูกลอก และประเภทของโมเดล เมื่อพิจารณาทั้งอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 และอำนาจการตรวจจับการลอกคำตอบร่วมกัน พบว่า โดยภาพรวมดัชนี ω มีคุณภาพดีกว่าดัชนี GBT ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่มีจำนวนข้อสอบถูกลอกในปริมาณน้อยและปานกลาง (ร้อยละ 10 และ 50) ในทุกระดับความยาวแบบสอบ จำนวนผู้สอบ และประเภทโมเดล แต่ถ้ามีจำนวนข้อสอบถูกลอกในปริมาณมาก (ร้อยละ 90) พบว่าดัชนี GBT มีคุณภาพดีกว่าดัชนี ω ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้แบบสอบฉบับสั้น (25 ข้อ) และมีคุณภาพทัดเทียมกันทั้งสองดัชนี ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้แบบสอบฉบับยาว (75 ข้อ) 2. เมื่อทำการศึกษาด้วยการใช้ข้อมูลจริง ทั้งดัชนี ω และ GBT สามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ที่ระดับนัยสำคัญ .05 ในทุกสถานการณ์เงื่อนไขเมื่อใช้โมเดล NRM ในการประมาณค่าความน่าจะเป็นของดัชนี โดยที่ดัชนี GBT สามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีกว่าในสถานการณ์ส่วนใหญ่ สำหรับอำนาจการตรวจจับการลอกคำตอบ พบว่า ทั้งดัชนี ω และ GBT สามารถตรวจจับการลอกคำตอบได้ มีค่าอำนาจการตรวจจับที่ดีในทุกระดับนัยสำคัญและทุกสถานการณ์เงื่อนไขที่ศึกษา และตัวแปรที่มีอิทธิพลต่ออำนาจการตรวจจับการลอกคำตอบของทั้งสองดัชนี คือ ความยาวของแบบสอบ ร้อยละของจำนวนข้อสอบที่ถูกลอก และประเภทของโมเดล เมื่อพิจารณาทั้งอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 และอำนาจการตรวจจับการลอกคำตอบร่วมกัน พบว่า โดยภาพรวมดัชนี ω มีคุณภาพดีกว่าดัชนี GBT ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่มีจำนวนข้อสอบถูกลอกในปริมาณน้อย (ร้อยละ 10) ในทุกระดับความยาวแบบสอบ จำนวนผู้สอบ และประเภทโมเดล แต่ถ้ามีจำนวนข้อสอบถูกลอกในปริมาณปานกลางและมาก (ร้อยละ 50 และ 90) พบว่าดัชนี GBT มีคุณภาพดีกว่าดัชนี ω ในสถานการณ์ส่วนใหญ่
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ