การปรับสภาพเส้นใยลิกโนเซลลูโลสของมันสำปะหลัง โดยการระเบิดด้วยไอน้ำ เพื่อการผลิตเอทานอล
รหัสดีโอไอ
Title การปรับสภาพเส้นใยลิกโนเซลลูโลสของมันสำปะหลัง โดยการระเบิดด้วยไอน้ำ เพื่อการผลิตเอทานอล
Creator ณัฐธิดา เกิดแล้ว
Contributor อัญชริดา อัครจรัลญา
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword ลิกโนเซลลูโลส, มันสำปะหลัง, การหมัก, การแยกสลายด้วยน้ำ, Lignocellulose, Cassava, Fermentation, Hydrolysis
Abstract การปรับสภาพกากใยลิกโนเซลลูโลสของหัวมันสำปะหลังที่ได้จากการย่อยเอาแป้งที่เหลือในกากมันสำปะหลังออกด้วยสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 1 นอร์มอล ที่ 121oซ ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว นาน 15 นาที พบว่าสภาวะที่เหมาะสมที่สุดของการปรับสภาพโดยวิธีการระเบิดด้วยไอน้ำ คือ แขวนลอยกากใยลิกโนเซลลูโลส ปริมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนัก/ปริมาตร) ในน้ำกลั่น ให้ความร้อนด้วยไอน้ำอิ่มตัวที่ 180oซ นาน 5 นาที ได้ปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์สูงสุดเท่ากับ 40.60 กรัม/100 กรัม กากใยลิกโนเซลลูโลสแห้งของหัวมันสำปะหลัง เมื่อนำกากใยลิกโนเซลลูโลสของหัวมันสำปะหลังที่ผ่านการปรับสภาพที่สภาวะเหมาะสมที่สุดมาหมักเป็นเอทานอลโดยวิธีการย่อยและการหมักพร้อมกัน โดยใช้เอนไซม์เซลลูเลส 495.25 CMCs ยูนิต/กรัม กากใยลิกโนเซลลูโลสแห้ง และ119.4 pPNG/กรัม กากใยลิกโนเซลลูโลสแห้งของหัวมันสำปะหลัง ค่าความเป็นกรด-ด่างเป็น 5.0 ใช้ยีสต์ Kluyveromyces marxianus สายพันธุ์ G2-16-1 ระยะการเจริญ late log phase จำนวน 1x108 cells/กรัม กากใยลิกโนเซลลูโลสแห้ง ที่ 40°ซ มีสภาวะจำกัดออกซิเจน ก่อนการปรับสภาพด้วยวิธีการระเบิดด้วยไอน้ำจะได้เอทานอล 0.11 กรัมเอทานอล/กรัม กากใยลิกโนเซลลูโลสของหัวมันสำปะหลังหลังการปรับสภาพ (น้ำหนักแห้ง) และหลังการปรับสภาพด้วยวิธีการระเบิดด้วยไอน้ำจะได้เอทานอลสูงสุด 1.21 กรัมเอทานอล/100 กรัม กากใยลิกโนเซลลูโลสของหัวมันสำปะหลังก่อนการปรับสภาพ (น้ำหนักแห้ง) ที่ 24 ชั่วโมง
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ