ประสิทธิภาพการย่อยสลายพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพของจุลินทรีย์
รหัสดีโอไอ
Title ประสิทธิภาพการย่อยสลายพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพของจุลินทรีย์
Creator วราภรณ์ จันทาสี
Contributor ชาญวิทย์ โฆษิตานนท์, ธนาวดี ลี้จากภัย
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword พลาสติกที่ย่อยสลายทางชีวภาพ, พลาสติก -- การย่อยสลายทางชีวภาพ, จุลินทรีย์, เทอร์โมพลาสติก, Biodegradable plastics, Plastics -- Biodegradation, Microorganisms, Thermoplastics
Abstract งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ทดสอบประสิทธิภาพการย่อยสลายพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพชนิด พอลิไฮดรอกซีบิวทิเรตวาเรอเรต (PHBV) ที่อุณหภูมิ 52 °C และ พอลิบิวทิลีนซัคซิเนต (PBS) ที่อุณหภูมิ 67 °C ด้วยจุลินทรีย์ จุลินทรีย์ที่ใช้ทดสอบคัดแยกได้จากชุดทดสอบการย่อยสลาย PHBV และ PBS เป็นแบคทีเรียจำนวน 13 ไอโซเลท (PHBV 1 - 13) และ 12 ไอโซเลท (PBS 1 - 12) ตามลำดับ แบคทีเรียที่คัดแยกได้ทั้งหมดถูกนำมาใช้ศึกษาประสิทธิภาพการย่อยสลายพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพในอาหารเหลวเบซอลมีเดียมภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัดระยะเวลาทดสอบ 4 สัปดาห์ จากงานวิจัยพบว่า แบคทีเรียที่ทดสอบย่อยสลายพลาสติกสามารถย่อยสลายแผ่นพลาสติกได้ดีกว่าชุดควบคุม แบคทีเรียที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุดสามลำดับคือ PHBV 7 PHBV 5 และ PHBV 4 สำหรับชุดทดสอบ PHBV และ PBS 4 PBS 12 และ PBS 11 สำหรับชุดทดสอบ PBS ส่วนแบคทีเรียที่ย่อยสลายพลาสติก PHBV ได้ดีที่สุดเมื่อบ่มไว้ 4 สัปดาห์ คือ PHBV 11 (35.8%) PHBV 5 (28.7%) และ PHBV 4 (27.3%) ในขณะที่แบคทีเรียที่ย่อย PBS ได้ดีที่สุดเมื่อบ่มไว้ 4 สัปดาห์ คือ PBS 3 (40.2%) PBS 7 (35.4%) และ PBS 5 (33.9%) จากการวิเคราะห์ SEM พบว่าผิวของแผ่นพลาสติกเกิดรอยแตกและรอยตัดมีรอยขรุขระเป็นขุยสอดคล้องกับค่าการย่อยสลาย แบคทีเรียทั้งหมดมีลักษณะของเซลล์รูปร่างเป็นท่อน เมื่อจำแนกแล้วพบว่า PHBV 11 คือ Lysinibacillus sphaericus PHBV 5 คือ Geobacillus toebii และ PHBV 4 คือ Geobacillus toebii ในขณะที่ PBS 3 คือ Bacillus clausii PBS 7 คือ Brevibacillus choshinesis และ PBS 5 คือGeobacillus toebii
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ