การผลิตน้ำมันชีวภาพจากขี้เลื่อยยูคาลิปตัสโดยไพโรไลซิสแบบต่อเนื่อง
รหัสดีโอไอ
Title การผลิตน้ำมันชีวภาพจากขี้เลื่อยยูคาลิปตัสโดยไพโรไลซิสแบบต่อเนื่อง
Creator ศิวัช ภู่ระหงษ์
Contributor ธราพงษ์ วิทิตศานต์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword ชีวมวล, การแยกสลายด้วยความร้อน, ขี้เลื่อย, ยูคาลิปตัส, Biomass, Eucalyptus, Wood waste, Pyrolysis
Abstract การศึกษาปัจจัยของการบวนการไพโรไลซิสแบบต่อเนื่องจากขี้เลื่อยยูคาลิปตัส โดยตัวแปรขนาดอนุภาคสี่ระดับ คือ 250-500 ไมโครเมตร ระหว่าง 500-850 ไมโครเมตร ระหว่าง 850-1080 ไมโครเมตร และ 1080-2000 ไมโครเมตร โดยปัจจัยนี้ถูกนำมาวิเคราะห์หาขนาดที่เหมาะสมในการไพโรไลซิสพบว่าที่ขนาดที่เหมาะสมคือ 500-850 ไมโครเมตรให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันชีวภาพสูงสุด การออกแบบทดลองแบบการออกแบบการทดลองเชิงตัวประกอบแบบสองระดับสำหรับทดสอบตัวแปร อุณหภูมิ 450 และ 650 องศาเซลเซียส อัตราการป้อนแก๊สไนโตรเจน 0 และ 200 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อนาที และอัตราการป้อนสาร 200 และ 600 รอบต่อนาที จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำมันชีวภาพคือ อุณหภูมิในการไพโรไลซิส อัตราการป้อนสาร และอัตราการป้อนแก๊สไนโตรเจน (แก๊สตัวพา) การนำผลการทดลองที่ได้วิเคราะห์ด้วยโปรแกรม Design Expert (เวอร์ชัน 7.0.0) เพื่อหาภาวะที่เหมาะสมเพื่อให้ได้น้ำมันชีวภาพสูงสุด พบว่าจะได้น้ำมันชีวภาพสูงสุดร้อยละ 52.67 โดยน้ำหนัก เมื่อใช้อุณหภูมิ 450 องศาเซลเซียส อัตราการป้อนสาร 200 รอบต่อนาที และ อัตราการป้อนแก๊สไนโตรเจน 200 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อนาที จากนั้นนำน้ำมันชีวภาพไปวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางเคมีด้วยเทคนิคเทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโกปี (FT-IR) เพื่อหาองค์ประกอบและหมู่ฟังก์ชั่นของพบว่า ออกซิเจนทำพันธะเดี่ยวกับไฮโดรเจน คาร์บอนทำพันธะเดี่ยวกับไฮโดรเจน คาร์บอนทำพันธะคู่กับออกซิเจน คาร์บอนทำพันธะคู่กับคาร์บอน และคาร์บอนทำพันธะเดี่ยวกับออกซิเจน และเทคนิคแก๊สโครมาโทรกราฟฟี่-แมสสเปคโตรเมททรี (GC-MS) พบว่ามีสารประกอบของอนุพันธ์ของฟีนอล แอลกอฮอร์ และคีโตนเป็นส่วนใหญ่
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ