ประสิทธิผลของโปรแกรมสนับสนุนการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2: ประเมินโดยใช้รีเอมโมเดล
รหัสดีโอไอ
Title ประสิทธิผลของโปรแกรมสนับสนุนการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2: ประเมินโดยใช้รีเอมโมเดล
Creator จมาภรณ์ ใจภักดี
Contributor วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี, วิฑูรย์ โล่ห์สุนทร
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน, เบาหวาน -- ผู้ป่วย, พฤติกรรมสุขภาพ, การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง, Non-insulin-dependent diabetes, Diabetes -- Patients, Health behavior, Self-care, Health
Abstract การจัดโปรแกรมสนับสนุนการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในสถานบริการสาธารณสุขนับเป็นความท้าทายเนื่องจากภาระงานที่มากและข้อจำกัดด้านทรัพยากร การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการสุ่มชนิดกลุ่มมีกลุ่มควบคุม (Cluster Randomized Controlled Trial (CRT) เพื่อประเมินประสิทธิผลขอบโปรแกรม สนับสนุนการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยประยุกต์ใช้ RE-AIM โมเดลในการประเมิน ดำเนินการวิจัยในศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) กรุงเทพมหานคร จำนวน 10 แห่ง โดยสุ่มให้ได้รับโปรแกรมฯ (กลุ่มทดลอง) 5 แห่ง และได้รับบริการตามระบบปกติ (กลุ่มควบคุม) 5 แห่ง ศบส.แต่ละแห่งสุ่มเลือกผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์แห่งละ 40 คน เข้าร่วมวิจัย โปรแกรมประกอบด้วย 3 ส่วนคือ (1) การให้ความรู้ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (computer-assisted instruction; CAI) ที่พัฒนาขึ้น (2) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (3) การส่งเสริมด้านอารมณ์และจิตใจ วิเคราะห์ผลลัพธ์ในเดือนที่ 3 และ 6 ด้วยสถิติ ANCOVA และวิเคราะห์ผลลัพธ์ตลอดระยะเวลาการศึกษาด้วยสถิติ generalized estimating equation (GEE) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมวิจัยทั้งหมด 403 คน (กลุ่มทดลอง 203 คน กลุ่มควบคุม 200 คน) ในเดือนที่ 6 มีผู้ป่วยคงเหลือในการศึกษา 378 คน (93.8%) ตลอดระยะเวลา 6 เดือน พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดสะสม (–0.14%, 95%CI = – 0.02, –0.26, p = 0.025) และระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (–6.37 มก./ดล., 95%CI = –1.95, –10.78, p = 0.005) ลดลง มีพฤติกรรมสุขภาพ (3.31 คะแนน, 95%CI = 2.27, 4.34, p <0.001) และคุณภาพชีวิต (1.41 คะแนน, 95%CI = 0.69, 2.12, p <0.001) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม หลังจากการวิจัยเสร็จสิ้น ศบส.กลุ่มทดลอง 5 แห่ง มี 4 แห่งที่นำโปรแกรมฯไปจัดต่อเนื่องในสถานบริการ ทีมสุขภาพเห็นว่าอุปสรรคในการนำโปรแกรมไปจัดในสถานบริการคือบุคลากรไม่เพียงพอ ขาดอุปกรณ์ เครื่องมือและงบประมาณ โดยสรุปแล้วการพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการดูแลตนเองครั้งนี้มี CAI ที่เอื้ออำนวยให้ทีมพี่เลี้ยงจัดโปรแกรมฯได้ง่าย สะดวก และบรรลุภารกิจของสถานบริการสุขภาพ
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ