การศึกษาเปรียบเทียบ ยา วอริโคนาโซล และยาหลอก เพื่อการป้องกันการติดเชื้อราแบบลุกลามในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ ที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาเปรียบเทียบ ยา วอริโคนาโซล และยาหลอก เพื่อการป้องกันการติดเชื้อราแบบลุกลามในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ ที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
Creator อรวลี ดิษยะกมล
Contributor ชุษณา สวนกระต่าย, นภชาญ เอื้อประเสริฐ
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2557
Keyword มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอิลอยด์, มัยโคสิส, สารต้านเชื้อรา, เคมีบำบัด, Acute myeloid leukemia, Mycoses, Antifungal agents, Chemotheraphy
Abstract ที่มา: การติดเชื้อราชนิดลุกลามเป็นปัญหาสำคัญอันเป็นสาเหตุหลักของการทุพลภาพและเสียชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดที่มีปริมาณเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิลล์ต่ำหลังจากได้รับยาเคมีบำบัด วิธีเพื่อลดอุบัติการณ์ของการติดเชื้อราชนิดลุกลามนั้นมีการศึกษาอย่างแพร่หลายเช่น การให้ยาต้านเชื้อราเพื่อป้องกันซึ่งแนะนำในแนวทางมาตรฐาน อย่างไรก็ตามจากการศึกษาในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการศึกษาแบบสุ่มซึงเปรียบเทียบ ยา วอริโคนาโซล และยาหลอก เพื่อการป้องกันการติดเชื้อราในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการติดเชื้อราชนิดลุกลามขณะได้รับยาเคมีบำบัด วิธีการศึกษา: ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ทำการทดลองไปข้างหน้าแบบสุ่มเพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาวอริโคนาโซลเทียบกับยาหลอกในการป้องกันการติดเชื้อราชนิดลุกลามในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวกลุ่มนี้ที่มารับยาเคมีบำบัดทั้งในระยะ induction และระยะ consolidation กลุ่มประชากรที่เข้ารับการศึกษาวิจัยจะได้รับการสุ่มโดยบล็อก 1:1 วัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามดูอุบัติการณ์ของการเกิดการติดเชื้อราชนิดลุกลามระหว่างที่นอนในโรงพยาบาลและภายใน 30 วันหลังจากที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผลการศึกษา: จากการศึกษา ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ 40 คน คิดเป็น 44 ครั้งของการได้รับยาเคมีบำบัดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 22 ครั้งของการได้รับยาเคมีบำบัด ไม่พบอุบัติการณ์ของการเกิดการติดเชื้อราชนิดลุกลามการวินิจฉัยทางจุลชีววิทยาประเภทพิสูจน์แน่นอน proven และที่น่าจะเป็น probable ในกลุ่มที่ได้รับยาวอริโคนาโซลในการป้องกัน และพบ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 18.18 ในผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอก ค่าลดความเสี่ยงสัมบูรณ์ (absolute risk reduction) เท่ากับ 18.18 (P=0.036, 95% confidence interval 0.01-0.36) แสดงถึงจำนวนผู้ป่วย 6 รายที่ได้รับยาวอริโคนาโซลในการป้องกันขณะได้รับยาเคมีบำบัดสามารถป้องกันการติดเชื้อราชนิดลุกลามได้เพิ่ม 1 ครั้ง เมื่อเทียบกับยาหลอก ไม่พบอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มที่ได้รับยาวอริโคนาโซลและร้อยละ 9 ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอกไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ( P=0.148, 95% confidence interval -0.04-0.22) ระยะเวลานอนโรงพยาบาลมัธยฐานเท่ากับ 32 วัน (Interquartile range 26,36) ในกลุ่มที่ได้รับยาวอริโคนาโซล และ 28 วัน (Interquartile range 13,38) ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (P=0.510) ผลข้างเคียงจากยาพบ 5 รายในกลุ่มที่ได้รับยาวอริโคนาโซล (ร้อยละ 23) และ 1 ราย (ร้อยละ 4.5) ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (P=o.o49) โดยในกลุ่มที่ได้วอริโคนาโซลพบการเกิดผื่นผิวหนังมากที่สุดเป็นจำนวน 2ราย (ร้อยละ 9) และไม่พบการหยุดยาวอริโคนาโซลระหว่างการศึกษาเนื่องจากผลข้างเคียงของยา สรุปผลการศึกษา: โดยสรุป ยาวอริโคนาโซลมีประสิทธิภาพมากกว่ายาหลอกในการป้องกันการติดเชื้อราชนิดลุกลามในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดไมอีลอยด์ที่ได้รับยาเคมีบำบัดทั้งระยะ induction และระยะ consolidation ซึ่งเกิดภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิลล์ต่ำ และไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงของยาดังกล่าว
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ