|
การเปลี่ยนแปลงคุณภาพอากาศและน้ำ จากการพัฒนาที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเปลี่ยนแปลงคุณภาพอากาศและน้ำ จากการพัฒนาที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี |
| Creator | สุรวิชญ์ อินทรสันติ |
| Contributor | พันธวัศ สัมพันธ์พานิช |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | คุณภาพอากาศ, คุณภาพน้ำ, การติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม -- ไทย -- สระบุรี -- แก่งคอย, Air quality, Water quality, Environmental monitoring -- Thailand -- Saraburi -- Kaeng Khoi |
| Abstract | จากแผนการพัฒนาพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มีการตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชุมชนโดยรอบพื้นที่ จึงได้มีการศึกษาและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและน้ำ โดยได้กำหนดจุดเก็บตัวอย่าง ประกอบด้วยพื้นที่ตำบลตาลเดี่ยว ตำบลห้วยแห้ง ตำบลชำผักแพว และพื้นที่ตัวแทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยประเด็นคุณภาพอากาศใช้หลักการ Gravimetric Method ในการเก็บตัวอย่างอากาศประเภทฝุ่นละออง 2 ชนิด คือ ฝุ่นละอองรวม (TSP) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) และเก็บตัวอย่างเป็นระยะเวลา 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน เป็นเวลา 4 ปี (2554-2557) เพื่อเปรียบเทียบและศึกษาความสัมพันธ์ของปริมาณฝุ่นละอองทั้งสองชนิดที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่และฤดูกาล รวมทั้งศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณของฝุ่นละอองทั้งสองชนิดในพื้นที่ศึกษา จากผลการศึกษาในครั้งนี้ พบว่า ในปี 2554 พื้นที่ตำบลตาลเดี่ยว มีค่า TSP และ PM10 สูงที่สุด ในฤดูหนาว รองลงมาคือ ฤดูร้อน และฤดูฝนน้อยที่สุด ซึ่งในปี 2554 เป็นปีแรกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการพัฒนาอาคาร ถนน และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ จึงอาจทำให้ค่าฝุ่นละอองทั้งสองชนิดในพื้นที่สูงขึ้นได้ ทั้งนี้พบค่า PM10 สูงกว่ามาตรฐาน ในพื้นที่ตำบลตาลเดี่ยว และพื้นที่ตัวแทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีค่าเท่ากับ 0.1283 และ 0.1722 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า ค่าของ TSP และ PM10 มีความสัมพันธ์กันดังค่าสัมประสิทธิ์ R2 มีค่าเท่ากับ 0.8291 จึงสามารถสรุปผลการทดลองได้ว่า ในทุกพื้นที่ที่ทำการศึกษา ตั้งแต่ปี 2554-2557 พบว่า ฤดูหนาวเป็นฤดูกาลที่มีค่าปริมาณของฝุ่นละอองทั้ง TSP และ PM10 สูงที่สุดและมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น กระแสลม และกิจกรรมของมนุษย์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อปริมาณของฝุ่นละอองในแต่ละฤดูกาลและในแต่ละพื้นที่ด้วย สำหรับคุณภาพน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน พบค่า BOD5 ในแต่ละพื้นที่ที่ทำการศึกษามีค่าค่อนข้างสูง และพบการปนเปื้อนโลหะหนักอยู่บ้างในปริมาณน้อยทั้งในคุณภาพน้ำผิวดินและใต้ดิน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงคุณภาพอากาศและคุณภาพน้ำจึงไม่มีสาเหตุมาจากการพัฒนาที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากแต่ควรให้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |