|
การหาพื้นที่กระเพาะปัสสาวะเพื่อช่วยวางแผนรักษามะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีใส่แร่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การหาพื้นที่กระเพาะปัสสาวะเพื่อช่วยวางแผนรักษามะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีใส่แร่ |
| Creator | พัฒน์นรี วงค์เจริญกิจ |
| Contributor | สุพัฒนา เอื้อทวีเกียรติ, ชลเกียรติ ขอประเสริฐ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | ปากมดลูก -- มะเร็ง -- การรักษาด้วยรังสี, การแยกข้อมูลภาพ, Cervix uteri -- Cancer -- Radiotherapy, Image segmentation, Radioisotope brachytherapy |
| Abstract | มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์เกิดเป็นอันดับที่ 2 ของสตรีไทย วิธีรักษามาตรฐานวิธีหนึ่งสำหรับมะเร็งปากมดลูกคือการใส่แร่ ซึ่งจะใส่เม็ดสารกัมมันตภาพรังสีผ่านแท่งนำแร่ทางช่องคลอดของผู้ป่วย ในประเทศไทย รังสีแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นผู้กำหนดตำแหน่งมะเร็ง กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามาก และก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงขอนำเสนอกรรมวิธีการแบ่งพื้นที่กระเพาะปัสสาวะเพื่อช่วยวางแผนรักษามะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีใส่แร่ กรรมวิธีที่นำเสนอเริ่มจากกรรมวิธีการแบ่งพื้นที่ภายในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งลักษณะของภาพพื้นที่ภายในของกระเพาะปัสสาวะของวิธีใส่แร่และงานทางรังสีวินิจฉัยจะแตกต่างกันในแง่ความสว่างที่ไม่คงที่ และขอบเขตอาจไม่เด่นชัดทั้งหมด ลักษณะของภาพที่แตกต่างกันนี้ส่งผลให้กรรมวิธีการตัดแบ่งภาพทั่วไปให้ผลการตัดแบ่งที่ไม่ถูกต้อง ค่าเฉลี่ยความสว่างเฉพาะพื้นที่เล็กๆถูกนำมาใช้เพื่อลดผลของการกระจายค่าความสว่างไม่สม่ำเสมอ และขอบเขตที่ไม่เด่นชัด เนื่องจากพื้นที่ภายในกระเพาะปัสสาวะสว่างกว่าผนังกระเพาะปัสสาวะมาก วิธีเลเวลเซตที่ใช้ผลต่างของค่าเฉลี่ยความสว่างแบบมีทิศทางที่นำเสนอ กำหนดให้เส้นเลเวลที่ศูนย์หยุดที่บริเวณที่มีค่าเฉลี่ยความสว่างของพื้นที่เล็กๆสูงกว่าภายนอกเท่านั้น เมื่อทราบขอบเขตของพื้นที่ภายในกระเพาะปัสสาวะแล้วจะหาขอบของกระเพาะปัสสาวะต่อไป เนื่องจากขอบส่วนมากของกระเพาะปัสสาวะไม่เด่นชัด และความหนาของกระเพาะปัสสาวะไม่ได้เท่ากันทุกบริเวณ ดังนั้นกรรมวิธีทั่วไปที่หาขอบกระเพาะปัสสาวะโดยสร้างผลลัพธ์จากการค้นหาจุดภาพที่เป็นขอบและตั้งสมมติฐานว่าความหนาผนังกระเพาะปัสสาวะเท่ากันตลอดจะให้ผลไม่ดีนัก ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เลียนแบบการทำงานของรังสีแพทย์ เริ่มจากการหาจุดภาพที่มีลักษณะเป็นขอบเด่นชัด ในกรณีที่ไม่พบขอบที่ชัดเจนจะใช้รูปร่างพื้นที่ภายในกระเพาะปัสสาวะ และความหนาของผนังเข้ามาร่วมพิจารณา อย่างไรก็ตามความหนาของผนังกระเพาะปัสสาวะระหว่างกระเพาะปัสสาวะและช่องคลอดจะบางกว่าบริเวณอื่นๆ จึงกำหนดค่าความหนาในการพิจารณา 2 ค่า และเพิ่มความราบเรียบด้วยวงจรกรองซาวิสกี้-โกเลย์ อันดับที่ 1 กรรมวิธีที่นำเสนอถูกนำไปทดสอบเปรียบเทียบกับกรรมวิธีเลเวลเซตที่ใช้ทิศของเกรเดียนต์แบบคู่ และกรรมวิธีของ Ma และ คณะ ผลการทดลองกับภาพจำนวน 100 ภาพแสดงให้เห็นว่า กรรมวิธีที่นำเสนอให้ผลการหาขอบที่ใกล้เคียงกับผลการกำหนดขอบเขตจากผู้เชี่ยวชาญมากที่สุด และเส้นขอบที่ได้ยังให้ผลลู่เข้าในทุกกรณี ขณะที่กรรมวิธีอื่นๆเส้นขอบที่ได้จะไม่ลู่เข้าในบางกรณี นอกจากนี้กรรมวิธีที่นำเสนอยังใช้งานได้ง่ายกว่ากรรมวิธีอื่น ในเรื่องการกำหนดพารามิเตอร์ที่ไม่ต้องละเอียดมากในแต่ละสไลด์ด้วย |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |