ขั้นตอนในการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทสิงคโปร์ในประเทศไทย: กรณีศึกษา บริษัท โคโตบูกิ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน)
รหัสดีโอไอ
Title ขั้นตอนในการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทสิงคโปร์ในประเทศไทย: กรณีศึกษา บริษัท โคโตบูกิ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน)
Creator บุปผรัตน์ ธนะปัทม์
Contributor ไตรรัตน์ จารุทัศน์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2556
Keyword อสังหาริมทรัพย์, การส่งเสริมการลงทุน, บรรษัทข้ามชาติ, Real property, Investment promotion, International business enterprises
Abstract ธนาคารโลกจัดให้ประเทศไทยง่ายต่อการทำธุรกิจเป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับกระแสของการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่จะเปิดเสรีด้านการลงทุนจะส่งผลให้มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้นักลงทุนต่างชาติได้มีความเข้าใจในการทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การศึกษาครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขั้นตอนในการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยของ บริษัท โคโตบูกิ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และบริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) และศึกษาปัญหา และอุปสรรค ในการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเสนอแนะแนวทางอย่างถูกต้องให้กับบริษัทที่ยังอาจขาดความรู้และความเข้าใจให้ดำเนินการด้วยวิธีการและขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจากการศึกษากลุ่มตัวอย่างพบว่าขั้นตอนในการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทสิงคโปร์ในประเทศไทยมีหลักการในการดำเนินการที่เหมือนกันทั้งหมด 11 ขั้นตอน แต่แตกต่างกันในรายละเอียดด้านแนวนโยบายในการพัฒนาโครงการ โดยแบ่งได้เป็น 2 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 ก่อนการตัดสินใจลงทุน คือ ขั้นตอนที่ 1-3 ดังนี้ 1) ศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ 2) เข้าร่วมเป็นสมาชิกในหอการค้าของประเทศตนเอง 3) ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพราะสามารถพยากรณ์ได้ว่าเงื่อนไขใดที่จะทำให้บริษัทต่างชาติตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ช่วงที่ 2 ตัดสินใจลงทุนและประกอบกิจการ คือ ขั้นตอนที่ 4-11 ดังนี้ 4) ตัดสินใจลงทุนจากการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในด้านผลตอบแทนทางการเงินที่ได้รับคุ้มค่า 5) ร่วมทุนไทย 6) จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ทุนจดทะเบียนถือโดย ต่างด้าวร้อยละ 49 ไทย ร้อยละ 51 7) ดำเนินการประกอบธุรกิจ มีให้เลือก 2 แนวทางดังนี้ 7.1) ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 7.2) ไม่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 8) จัดหาและซื้อที่ดิน 9) การวางแผนและออกแบบผลิตภัณฑ์ 10) ติดต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา 97 และ 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเนื่องจากมีการสอบสวนเพิ่มเติมในกรณีรับโอนที่ดินของบริษัทต่างชาติที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 11) การตลาด เพื่อการขาย โดยพบว่ามีขั้นตอนที่สำคัญ 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 6,7, 9 และ 10 ที่เป็นขั้นตอนด้านการพิจาณาข้อกฎหมายเป็นสำคัญ และในขั้นตอนที่ 10 เป็นขั้นตอนที่พบปัญหาและอุปสรรคมากที่สุด เกี่ยวกับ การรวบรวมเอกสารที่จะต้องพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับการโอนที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากการวิจัยข้างต้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องต่อภาครัฐว่าเนื่องจากในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้น ภาครัฐควรมีการจัดตั้งหน่วยงานกลางที่ให้คำแนะนำด้านข้อมูลการลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ หรือการจัดพิมพ์คู่มือเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามกฎหมายในการเข้ามาลงทุนในธุรกิจ
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ