|
กระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | กระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม |
| Creator | ชมพูนุช ลลิตมงคล |
| Contributor | อุบลวรรณ หงษ์วิทยากร |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | การเรียนรู้แบบพินิจพิเคราะห์, เยาวชน -- การดำเนินชีวิต, วัฒนธรรมไทย, Reflective learning, Youth -- Conduct of life |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาวะภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมตามการรับรู้ของเยาวชน 2) เพื่อวิเคราะห์สภาพ ปัจจัยและเงื่อนไขในการเรียนรู้ของเยาวชนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม 3) เพื่อนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากเยาวชนอายุ 15-24 ปี ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 568 คน จากนั้นนำมาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS FOR WINDOW นอกจากนี้ผู้วิจัยทำการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชนจำนวน 6 ท่าน สนทนากลุ่ม (focus group) ตัวแทนกลุ่มเยาวชน โรงเรียน ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 คน รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึก (In depth interview) ตัวแทนกลุ่มเยาวชน ครอบครัว ชุมชน และโรงเรียน จำนวน 8 คน เพื่อนำผลมาวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปเป็นกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมผลการวิเคราะห์พบว่า สภาวะภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมตามการรับรู้ของเยาวชนใน 4 ด้านดังนี้ 1) วัฒนธรรมการบริโภค พบว่าเยาวชนในกรุงเทพมหานครที่มีวัฒนธรรมการบริโภคแบบเน้นความสะดวกและรวดเร็วเป็นหลัก มีความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ด้วยการสนับสนุนอาหารไทยท้องถิ่นมากที่สุด และการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสะอาด 2) วัฒนธรรมการแต่งกาย พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่นิยมแต่งกายตามแบบที่ตนเองชอบ มีแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ว่าควรแต่งชุดไทยในโอกาสสำคัญ มีแนวทางการเลือกและปรับเปลี่ยนการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยและเหมาะสม 3) วัฒนธรรมการใช้ภาษา พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ให้ความหมายของการอนุรักษ์ภาษาไทยคือ การฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง แนวทางการเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมและถูกกาลเทศะ และแนวทางปรับเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาที่หลากหลาย 4) วัฒนธรรมการแสดงออกทางเพศ พบว่าเยาวชนส่วนใหญ่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน และไม่เห็นด้วยกับการอยู่ก่อนแต่ง โดยเยาวชนให้ความหมายของการแสดงออกทางเพศที่เหมาะสมคือ แสดงออกให้ถูกที่ ถูกเวลา และเหมาะสม มีการปรับเปลี่ยนการแสดงออกไปตามยุคสมัยแต่อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ผลการวิเคราะห์สภาพ ปัจจัยและเงื่อนไขในการเรียนรู้ของเยาวชน พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่มีวิธีการเรียนรู้แบบเป็นระบบและต่อเนื่องมากที่สุดในวัฒนธรรมทุกด้าน ในขณะที่บ้านเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุดและครอบครัวเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมด้านการบริโภค และแสดงออกทางเพศ สถานศึกษาเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุดในวัฒนธรรมการใช้ภาษา และการแต่งกาย ดังนั้นแนวทางในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม ควรมีการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกันระหว่างครอบครัว ชุมชนและสถานศึกษา โดยบูรณาการเรื่องภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมเข้ากับเนื้อหาวิชาเรียนในทุกกลุ่มสาระ พัฒนาบุคลากรในการให้ความรู้และจัดกิจกรรม ปรับปรุงสื่อและกิจกรรม และจัดหาแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสม อันจะก่อให้เกิดการเรียนรู้และได้ประโยชน์จากการเรียนรู้สูงสุด |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |