|
ถนนคนเดินสำหรับพาณิชยกรรมชุมชน : การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างถนนราชดำเนินและถนนวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ถนนคนเดินสำหรับพาณิชยกรรมชุมชน : การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างถนนราชดำเนินและถนนวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่ |
| Creator | วัฒนา บุญเลี้ยง |
| Contributor | ไขศรี ภักดิ์สุขเจริญ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | ถนนคนเดิน -- แง่เศรษฐกิจ, ถนน -- ไทย -- เชียงใหม่, Walking streets, Streets -- Thailand -- Chiang Mai |
| Abstract | ถนนคนเดิน เป็นทางเลือกใหม่ของการท่องเที่ยวและการพัฒนาฟื้นฟูเมือง โดยเชียงใหม่มีการนำเอาวิถีชีวิตล้านนามาเป็นหัวใจในการเสนอกิจกรรมถนนคนเดิน แต่เมื่อพิจารณาการเกิดโครงการถนนคนเดินในเชียงใหม่กลับไม่ได้มาจากชุมชนในพื้นที่ แต่เกิดจากภาครัฐ ที่มีนโยบายการสร้างตลาดนัดถนนคนเดินเพื่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลักมากกว่าความสำคัญของคนในชุมชน ดังนั้นการศึกษานี้จึงเห็นถึงผลประโยชน์ของการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างถนนราชดำเนินและถนนวัวลาย โดยคำถามงานวิจัย ว่า ถนนราชดำเนินและถนนวัวลายมีคุณสมบัติทางกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคมเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร จึงทำให้กิจกรรมถนนคนเดินเพื่อการพาณิชยกรรมชุมชนประสบความสำเร็จ การตอบคำถามในงานวิจัยได้มาจากการทบทวนวรรณกรรม งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การเก็บข้อมูลภาคสนาม ได้แก่ การศึกษาความอเนกประโยชน์ในพื้นที่ ปริมาณการสัญจรผ่านพื้นที่ เพื่อสรุปเบื้องต้นของการเป็นถนนคนเดินสำหรับพาณิชยกรรมชุมชนก่อน แล้วจึงทำการศึกษาองค์ประกอบทางกายภาพ เศรษฐกิจและสังคม ที่แตกต่างกันในรายละเอียดของทั้ง 2 พื้นที่เพื่อหาองค์ประกอบร่วมเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพัฒนากิจกรรมถนคนเดินสำหรับพาณิชยกรรมชุมชน ในบริบทของจังหวัดเชียงใหม่ต่อไปผลการศึกษาในภาพรวมพบว่า จากสมมติฐานในการวิจัยที่ว่า ถนนราชดำเนินและถนนวัวลายมีลักษณะของการเป็นถนนคนเดินสำหรับพาณิชยกรรมชุมชนที่ประสบความสำเร็จเหมือนกัน นั้นเป็นจริงตามสมมติฐานเบื้องต้น โดยเป็นข้อสรุปที่ได้จากการศึกษาความเป็นอเนกประโยชน์และปริมาณการสัญจรผ่านพื้นที่ โดยในรายละเอียดจะพบว่า ถนนราชดำเนินและถนนวัวลายมีลักษณะของการเป็นถนนคนเดินที่มีคนนอกพื้นที่มาใช้งานสูงและมีคนในพื้นที่มาใช้งานสูงตามลำดับ แต่เนื่องจากถนนทั้ง 2 อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งรวมทั้งองค์ประกอบเมืองที่สัมพันธ์กับพื้นที่เมืองโดยรวมที่มีลักษณะสังคมและเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน จึงทำให้องค์ประกอบร่วมในพื้นที่แตกต่างกันไปในรายละเอียด กล่าวคือ 1) โครงข่ายการสัญจรที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงกิจกรรมในระดับเมืองกับระดับชุมชน 2) การใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารที่สัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่กับสัมพันธ์กับกิจกรรมดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว 3) ขนาดมวลอาคารและที่ว่างที่พอเหมาะ เชื่อมโยงพื้นที่กิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวได้ดีกับเชื่อมโยงพื้นที่อยู่อาศัยได้ดี 4) ลักษณะฝังตัวของตำแหน่งกิจกรรมระดับเมืองที่อยู่บนถนนหลักและระดับชุมชนที่อยู่ในถนนย่อย และ 5) ความมีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ผ่านการดูแลโดยรัฐกับดูแลโดยคนในพื้นที่เอง ของพื้นที่ศึกษาทั้ง 2 แห่ง |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |