|
การจัดกลุ่มสายพันธุ์ไม้ยูคาลิปตัสในกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษเพื่อลดต้นทุนการผลิต |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การจัดกลุ่มสายพันธุ์ไม้ยูคาลิปตัสในกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษเพื่อลดต้นทุนการผลิต |
| Creator | อภิวรรณ พิชญเดชะ |
| Contributor | อังศุมาลิน เสนจันทร์ฒิไชย |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | ยูคาลิปตัส, เยื่อกระดาษ -- การผลิต, Eucalyptus, Wood-pulp |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาระดับปัจจัยนำเข้าที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเยื่อกระดาษต่ำที่สุด เบื้องต้นได้ทำการหาปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต จากการระดมสมองของผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ ตามหลักการ 4M 1E ของแผนผังสาเหตุและผล ปัจจัยที่มีคะแนนรวมในกลุ่ม 80 เปอร์เซ็นต์แรกของพาเรโตถูกนำมาทดสอบสมมติฐานทางสถิติเพื่อหาปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนการผลิตรวมอย่างมีนัยสำคัญ ผลการทดสอบที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์แสดงให้เห็นว่า ปริมาณ Effective Alkali ในน้ำยาต้มเยื่อและตัวเลขคัปปามีผลต่อต้นทุนการผลิตรวมอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่งานวิจัยในอดีตบ่งชี้ว่า สายพันธุ์ของไม้ยูคาลิปตัสแบ่งตามความสามารถในการต้มง่าย-ยาก มีผลต่อต้นทุนการผลิต ดังนั้น ปัจจัยที่นำมาออกแบบการทดลองเพื่อหาระดับปัจจัยนำเข้าที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเยื่อกระดาษต่ำที่สุด คือ สายพันธุ์ไม้ยูคาลิปตัส ปริมาณ Effective Alkali ในน้ำยาต้มเยื่อ และตัวเลขคัปปา โดยใช้ทฤษฎีการออกแบบการทดลองแบบ Box-Behnken ที่มีปัจจัย 3 ปัจจัย แต่ละปัจจัยมี 3 ระดับ โดยระดับของแต่ละปัจจัยอ้างอิงตามความสามารถของเครื่องจักรและกระบวนการ พบว่า ระดับของปัจจัยนำเข้าที่ทำให้ต้นทุนการผลิตรวมต่ำที่สุด คือ สัดส่วนของไม้ยูคาลิปตัสที่ต้มง่าย 75 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณ Effective Alkali ในน้ำยาต้มเยื่อ 112 กรัมต่อลิตร และตัวเลขคัปปา 13.5 หลังจากการออกแบบการทดลองเพื่อหาระดับปัจจัยนำเข้าที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเยื่อต่ำที่สุด เมื่อปรับระดับปัจจัยนำเข้าให้เหมาะสม พบว่า ต้นทุนการผลิตเยื่อกระดาษเฉลี่ยลดลงจาก 15,480 บาทต่อตัน เป็น 13,393.91 บาทต่อตัน หรือสามารถลดต้นทุนการผลิตลง 13.68 เปอร์เซ็นต์ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |