|
เครื่องมือสนับสนุนการจัดเก็บและค้นคืนส่วนของเอกสารมาตรฐาน ความมั่นคงสารสนเทศโดยใช้แบบรูปความมั่นคง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | เครื่องมือสนับสนุนการจัดเก็บและค้นคืนส่วนของเอกสารมาตรฐาน ความมั่นคงสารสนเทศโดยใช้แบบรูปความมั่นคง |
| Creator | ปรมาภรณ์ ร่วมจินดา |
| Contributor | นครทิพย์ พร้อมพูล |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | ความปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์, เครือข่ายคอมพิวเตอร์ -- มาตรการความปลอดภัย, ระบบการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ, Computer security, Computer networks -- Security measures, Information storage and retrieval systems |
| Abstract | การกำหนดนโยบายความมั่นคงสารสนเทศขององค์กรต่าง ๆ นั้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ในองค์กรมีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ปัญหาโดยทั่วไปที่มักประสบคือ การกำหนดนโยบายความมั่นคงสารสนเทศมักขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้ที่เกี่ยวข้อง การประยุกต์ใช้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและแนวปฏิบัติที่ดีด้านความมั่นคงสารสนเทศน่าจะช่วยทุเลาปัญหาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามในแต่ละองค์กรหรือโครงการอาจมีการกำหนดนโยบายความมั่นคงที่มีความหลากหลายในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน จึงเป็นผลให้ต้องมีการเลือกบริบทให้เหมาะสมในการประยุกต์ใช้มาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดี ปัจจุบันมาตรฐานไอเอสโอ/ไออีซี 27002 และหนังสือแบบรูปความมั่นคงเขียนโดย M. Schumarker และคณะ ซึ่งทั้งสองรายการได้ระบุแนวปฎิบัติที่ดีที่องค์กรต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลายบริบทได้ งานวิจัยนี้นำเสนอเครื่องมือสนับสนุนการจัดเก็บและค้นคืนส่วนของเอกสารมาตรฐานความมั่นคง (ไอเอสโอ/ไออีซี 27002) โดยใช้หลักการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศของแบบจำลองปริภูมิเวคเตอร์ เพื่อช่วยสนับสนุนการค้นคืนบริบทความมั่นคงจากส่วนของเอกสารมาตรฐานความมั่นคงสารสนเทศนั้น ได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ จาก 3 วิธีการ คือ 1) คำสำคัญที่ปรากฏในโครงสร้างข้อมูลความมั่นคงสารสนเทศที่สร้างจากแบบรูปความมั่นคง 2) คำสำคัญทั่วไปและ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างแบบรูปความมั่นคง โดยได้ทำการทดลองในกลุ่มผู้ใช้งานสองประเภทคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและผู้ใช้งานทั่วไป ผลที่ได้จากการทดลองแสดงให้เห็นว่า การค้นคืนโดยใช้โครงสร้างข้อมูลความมั่นคงสารสนเทศ มีประสิทธิผลที่ดีกว่าการค้นคืนโดยใช้คำสำคัญในทั้งสองกลุ่มทดลอง และในตัววัดค่ามัชฌิมฮาร์โมนิกและค่าระลึก แต่มีประสิทธิผลลดลงในตัววัดความแม่นยำ โดยจากกลุ่มตัวอย่างผู้เชี่ยวชาญ การค้นคืนโดยใช้โครงสร้างข้อมูลความมั่นคงสารสนเทศ ให้ค่าระลึกเฉลี่ยและค่ามัชฌิมฮาร์โมนิกเพิ่มขึ้นเป็น 115.05% และ 49.14% ตามลำดับ แต่ให้ค่าความแม่นยำลดลง 6.33% และสำหรับผู้ใช้ทั่วไปการค้นคืนโดยใช้โครงสร้างข้อมูลความมั่นคงสารสนเทศ ให้ค่าระลึกเฉลี่ยและค่ามัชฌิมฮาร์โมนิกเพิ่มขึ้นเป็น 354.26% และ 180.62% ตามลำดับ แต่ให้ค่าความแม่นยำลดลง 9.27% |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |