|
ผลของใบสั่งยาพิมพ์ล่วงหน้าต่อการใช้ยาป้องกันทุติยภูมิในผู้ป่วยหลังเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจส่วนเอสทีสูงขึ้น |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลของใบสั่งยาพิมพ์ล่วงหน้าต่อการใช้ยาป้องกันทุติยภูมิในผู้ป่วยหลังเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจส่วนเอสทีสูงขึ้น |
| Creator | สุภาวลี วิริยะสม |
| Contributor | ธิติมา เพ็งสุภาพ, ปัญญา งามไตรไร |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2556 |
| Keyword | กล้ามเนื้อหัวใจ -- โรค, ใบสั่งยา, Myocardium -- Diseases, Medicine -- Formulae |
| Abstract | การศึกษานี้เป็นการเปรียบเทียบผลการใช้ใบสั่งยาพิมพ์ล่วงหน้าในผู้ป่วยหลังเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจส่วนเอสทีสูงขึ้น (post-STEMI) เพื่อศึกษาอัตราการสั่งใช้ยาป้องกันทุติยภูมิ 4 กลุ่ม ได้แก่ Antiplatelets (Aspirin และ/หรือ Clopidogrel), Beta blockers, Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors (ACEIs) หรือ Angiotensin Receptor Blockers (ARBs) และ Statins ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ข้อบ่งชี้ของการใช้ยาป้องกันทุติยภูมิตามแนวทางของวิทยาลัยแพทย์โรคหัวใจและสมาคมหัวใจสหรัฐอเมริกา (ACC/AHA) และอัตราการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภายใน 30 วันจากการศึกษาพบว่าอัตราการสั่งใช้ยาป้องกันทุติยภูมิ 4 กลุ่มทั้งที่จุดสั่งยาผู้ป่วยกลับบ้านและที่จุดติดตามผู้ป่วยที่กลับมาพบแพทย์ตามนัดหมายภายใน 21 วันในผู้ป่วยที่ใช้ใบสั่งยาพิมพ์ล่วงหน้าสูงขึ้นกว่าเมื่อไม่ใช้ใบสั่งยาพิมพ์ล่วงหน้าโดยเพิ่มจากร้อยละ 22.4 เป็นร้อยละ 46.9 ณ จุดสั่งยาผู้ป่วยกลับบ้าน และเพิ่มจากร้อยละ 30.6 เป็นร้อยละ 75.5 เมื่อติดตามผู้ป่วยที่กลับมาพบแพทย์ตามนัดภายใน 21 วันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.02, P=0.00 ตามลำดับ) เมื่อพิจารณาตามกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้และไม่ใช้ใบสั่งยาพิมพ์ล่วงหน้า ณ จุดสั่งยาผู้ป่วยกลับบ้านและจุดติดตามผู้ป่วยภายใน 21 วันพบว่า มีอัตราการสั่งใช้ Antiplatelets ร้อยละ 100 และอัตราการสั่งใช้ Statins มากกว่าร้อยละ 95 แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราการสั่งใช้ Beta blockers คิดเป็นร้อยละ 63.3 และ 61.2 ณ จุดสั่งยาผู้ป่วยกลับบ้าน และร้อยละ 87.8 และ 75.5 ณ จุดติดตามผู้ป่วยภายใน 21 วัน ซึ่งไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราการสั่งใช้ ACEIs/ARBs เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 42.8 เป็นร้อยละ 67.3 ณ จุดสั่งยาผู้ป่วยกลับบ้าน และเพิ่มจากร้อยละ 44.9 เป็นร้อยละ 83.6 ณ จุดติดตามผู้ป่วยภายใน 21 วัน ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.01, P=0.00 ตามลำดับ) ส่วนอัตราการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดในการดูแลผู้ป่วย post-STEMI ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้และไม่ใช้ใบสั่งยาพิมพ์ล่วงหน้ามีจำนวน 2 ราย และ 5 ราย ตามลำดับ ซึ่งไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.44) สาเหตุของการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลคือผู้ป่วยมีภาวะ unstable angina และ heart failure แม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับยาป้องกันทุติยภูมิครบ 4 กลุ่มแล้วแต่มีสาเหตุอื่นที่เกี่ยวข้องทำให้ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภายใน 30 วัน เช่น ตำแหน่งการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นบริเวณกว้างในส่วน anterior wall หรือผู้ป่วยเคยมีภาวะ cardiogenic shock หรือภาวะหัวใจล้มเหลว |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |