|
ผลของการใช้ภาพถ่ายจอประสาทตาของผู้ป่วยประกอบการให้คำแนะนำต่อการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตาและโรคหลอดเลือดหัวใจ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลของการใช้ภาพถ่ายจอประสาทตาของผู้ป่วยประกอบการให้คำแนะนำต่อการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตาและโรคหลอดเลือดหัวใจ |
| Creator | เรย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน |
| Contributor | สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2555 |
| Keyword | การถ่ายภาพทางการแพทย์, หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค -- ผู้ป่วย -- การดูแล, เบาหวานชนิดที่ 2 -- ผู้ป่วย -- การดูแล, จอตาเปลี่ยนแปลงเพราะเบาหวาน -- ผู้ป่วย -- การดูแล, Medical photography, Coronary heart disease -- Patients -- Care, Non-insulin-dependent diabetes -- Patients -- Care, Diabetic retinopathy -- Patients -- Care |
| Abstract | ที่มาของการวิจัย:ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจร่วมด้วยพบความชุกของเบาหวานขึ้นจอประสารทตาเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ทุกรายจำเป็นต้องตรวจจอประสาทตาปี ละครั้งเป็นมาตรฐาน ดังนั้นการใช้ภาพถ่ายจอประสาทตาของผู้ป่วยเองมาใช้ประกอบการให้คำแนะนำเพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ที่มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตาอาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะแทรกซ้อนคือโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาและโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้ดีขึ้น วัตถุประสงค์ของการวิจัย:เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการให้ คำแนะนำผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มี โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาร่วมกับโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยภาพถ่ายจอประสาทตาประกอบในการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ วิธีการวิจัย:ทำการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะแทรกซ้อนคือโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาและโรคหลอดเลือดหัวใจ จำนวน 43 คน โดยผู้ป่วยจะถูกสุ่มเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มให้คำแนะนำการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจโดยใช้ภาพถ่ายจอประสาทตาประกอบและกลุ่มควบคุม การให้คำแนะนำประกอบด้วยความรู้พื้นฐานของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน,การควบคุมอาหาร,กิจกรรมทางกาย,การเลิกบุหรี่,การลดความเครียดใช้เวลาประมาณ 6 นาที และเก็บข้อมูลระดับความดันโลหิตโดยใช้ เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ ด้วยตนเองเป็นเวลา1สัปดาห์ , ชั่งน้ำหนัก,วัดรอบเอว, ระดับน้ำตาลสะสม,โคเลสเตอรอล,ไตรกรีเซอไรด์,แอลดีแอลในเลือด, เอชดีแอลในเลือดก่อนและหลังเข้าร่วมวิจัย 3 เดือน ผลการศึกษา: มี ผู้ป่วยกลุ่มศึกษาจำนวน 21 คนและผู้ป่วยกลุ่มควบคุมจำนวน 22 คน ข้อมูลพื้นฐานใน 2 กลุ่มไม่แตกต่างกัน ยกเว้นกลุ่มศึกษาใช้ยากลุ่มปิ ดกั้นแคลเซียมมากกว่ากลุ่มควบคุม หลังปรับข้อมูลพื้นฐาน ความดันโลหิตซิสโตลิค/ความดันโลหิตไดแอสโตลิค / ความดันโลหิตเฉลี่ย ก่อนการศึกษาเท่ากับ140±16/71±10/94±10 และ 132±18/69±10 /90±11 มิลลิเมตรปรอทในกลุ่ม ศึกษาและควบคุมตามลำดับ หลังการศึกษา 3 เดือน การเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตซิสโตลิค/ความดันโลหิตไดแอสโตลิค/ความดันโลหิตเดลี่ยเท่ากับ -8±14/-5±9/-6±9 และ +5±12/-1±9/+1±9 มิลลิเมตรปรอทในกลุ่มศึกษาและควบคุมตามล าดับ (p= 0.01 สำหรับความดันซิสโตลิค, 0.10 สำหรับความดันไดแอสโตลิคและ 0.01 สำหรับความดันโลหิตเฉลี่ย) และมีแนวโน้มว่าผู้ป่วยในกลุ่มศึกษามีกิจกรรมระดับปานกลางและระดับเอชดีแอลในเลือดเพิ่มขึ้น สรุปผลการศึกษา:การใช้ภาพถ่ายจอประสาทตาของผู้ป่วยประกอบการให้คำแนะนำต่อการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตาและโรคหลอดเลือดหัวใจ นั้น สามารถลดความดันซิสโตลิคและความดันเฉลี่ยได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีแนวโน้มว่าผู้ป่วยในกลุ่มศึกษามีกิจกรรมระดับปานกลางและระดับเอชดีแอลในเลือดเพิ่มขึ้น |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |