มีเทเนชันของคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนไดออกไซด์บนตัวเร่งปฏิกิริยานิกเกิลออกไซด์/ทัลก์
รหัสดีโอไอ
Title มีเทเนชันของคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนไดออกไซด์บนตัวเร่งปฏิกิริยานิกเกิลออกไซด์/ทัลก์
Creator วัจนาภรณ์ คำบุญเรือง
Contributor ประพันธ์ คูชลธารา
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2555
Keyword มีเทเนชัน, คาร์บอนมอนอกไซด์, คาร์บอนไดออกไซด์, ตัวเร่งปฏิกิริยา, ทัลค์, นิกเกิล, Methanation, Carbon monoxide, Carbon dioxide, Catalysts, Talc, Nickel
Abstract งานวิจัยนี้ศึกษาการผลิตมีเทนจากมีเทเนชันของคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนไดออกไซด์ในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง ที่อุณหภูมิ 400 500 และ 600 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังทำการศึกษาปัจจัยอื่นๆ เช่น ความดัน อัตราส่วนโดยโมลที่ทำปฏิกิริยาของไฮโดรเจนต่อคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีผลต่อร้อยละการเปลี่ยนของสารตั้งต้นและการเลือกเกิดมีเทนของปฏิกิริยา ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดโลหะนิกเกิลบนตัวรองรับทัลค์ที่ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพแล้ว จากผลทดลองพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดนี้สามารถเร่งการเกิดมีเทนในมีเทเนชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีการเพิ่มอุณหภูมิ ความดัน และเพิ่มอัตราส่วนของโมลไฮโดรเจน โดยภาวะดำเนินการที่เหมาะสมของปฏิกิริยามีเทเนชันของคาร์บอนมอนอกไซด์ คือ ที่ภาวะอุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียส ความดันบรรยากาศ อัตราส่วนโดยโมลของไฮโดรเจนต่อของคาร์บอนมอนอกไซด์ในปฏิกิริยาคาร์บอนมอนอกไซด์มีเทเนชัน คือ 3 ต่อ 1 ร้อยละการเปลี่ยนของสารตั้งต้น คือ 100 และร้อยละการเลือกเกิดมีเทน คือ 51.3 และผลของปฏิกิริยามีเทเนชันของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ภาวะอุณหภูมิและความดันเดียวกัน โดยใช้อัตราส่วนโดยโมลของไฮโดรเจนต่อคาร์บอนไดออกไซด์ในปฏิกิริยามีเทเนชันของคาร์บอนไดออกไซด์ คือ 4 ต่อ 1 ร้อยละการเปลี่ยนของสารตั้งต้น คือ 85 และร้อยละการเลือกเกิดมีเทน คือ 70.5 ผลการทดลองที่ได้นี้สามารถสรุปได้ว่าตัวเร่งปฏิกิริยานิกเกิลบนตัวรองรับทัลค์มีประสิทธิภาพในการเร่งปฏิกิริยามีเทเนชันของคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ภาวะในการทำปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียส ที่ความดันบรรยากาศได้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ